จมูกโด่ง ทรงธรรมชาติ[คุณจุ๋งจิ๋ง]

รีวิวเสริมจมูก Hello จุ๋งจิ๋งเองค่ะ ขอใช้แทนตัวเองว่าเรานะคะ เราได้มีโอกาสไปเสริมจมูกที่เมโกะคลินิกมา ความฝันสูงสุดอย่างหนึ่งของผู้หญิงหลายๆคน วันนี้เลยจะขอมารีวิวเพราะเป็นงานที่ดีงามมาก เราเองเป็นคนที่สันจมูกหัก ใบหน้าเลยไม่มีมิติเท่าไหร่ มีแต่คนทักว่า ถ้าเราทำจมูกอีกนิด จะสวยกว่านี้ ไม่ได้บ้ายอนะคะ แต่เราก็ส่องกระจกทุกวัน 5555 เสริมจมูกแหน่ะ เรื่องง่ายค่ะ แต่คลินิกไหนดี สิเรื่องยาก แต่เราว่าเรามีคลินิกในดวงใจอยู่แล้ว เมโกะคลินิกนี่แหละค่ะ ปลอดภัย ได้มาตรฐานที่สุดแล้วค่ะ เจ้าของเป็นคุณหมอมนัสด้วยยิ่ง ต้องไป ท่านเป็นหมอศัลยกรรมชื่อดังมาก (ก.ไก่ล้านตัว) ตัดสินใจโทรจองคิวปรึกษาเลยค่ะ เพราะความสวยรอไม่ได้จิ๋ง-เสริมจมูก-หมอมาลา

รีวิวเสริมจมูก

วันปรึกษา อยากบอกว่าคุณหมอสวยมาก รีวิวเสริมจมูก เหมือนนางสาวไทยเลย (ไม่มีรูปต้องมาดูเอง) เราบอกคุณหมอว่าอยากได้สันอีก ขอสโลปๆ ไม่ต้องโด่งมากขอแบบธรรมชาติ

จิ๋ง-เสริมจมูก-หมอมาลา0

และแล้ววันผ่าตัดก็มาถึงค่ะ เราเตรียมตัวไปอย่างดีเลย ไม่แต่งหน้าไปเลย เพราะเดี๋ยวลำบากคุณพยาบาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเค้าก็จะต้องทำความสะอาดอยู่ดี แต่จะง่ายว่าแต่งหน้าไป งี้ พอไปถึงจะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับเราแล้วพาเราไปห้องผ่าตัด ส่งเราให้คุณพยาบาลอีกที่ คุณพยาบาลให้เราทานยานอนหลับเลย รู้สึกง่วงๆ ผ่อนคลายๆ มาแล้วค่ะ มาแล้ว คุณหมอคนสวย เริ่มจากการฉีดยาชาก่อนเลย เจ็บนะคะ แต่เราทนได้ จากนั้นคุณหมอก็ไปเหลาซิลิโคน (ที่รู้เพราะคุณหมอจะบอกเราตลอดว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่) หมอคุณมีความชำนาญมากเลยค่ะ ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จแล้ว เรายังไม่ทันรู้สึกเจ็บเลย 5555

จิ๋ง-เสริมจมูก-หมอมาลา1

อาจจะดูน่ากลัวนิดหนึ่งนะคะ แต่ไม่ได้เจ็บแต่อย่างใดเลย แค่จะรู้สึกตึงๆ

จิ๋ง-เสริมจมูก-หมอมาลา2

จิ๋ง-เสริมจมูก-หมอมาลา3

3 วันแล้วค่ะ ไปแกะเฝือกที่คลินิกเลย อ้อ! ลืมบอกไปหลังจากทำเสร็จ คุณบอกบอกให้เราประคบเย็น 48 ชั่วโมง 2 วันนั้นเอง จะเห็นได้ว่าอาการบวมช้ำเห็นได้น้อยมากรีวิวเสริมจมูก

[เสริมจมูก] เสริมจมูกกับคุณหมอกิตติศักดิ์

แต่งปลายจมูก สวัสดีค่ะ วันนี้มาขอแชร์ประสบการณ์ การเสริมจมูกค่ะ สุดปังสุดปลื้มมากๆค่ะ เข้ากับใบหน้ามากๆเลยค่ะ มีแต่คนชมค่ะ ว่สวยมากๆรับกับใบหน้าภาพนี้เป็นภาพถ่ายมุมด้านข้างค่ะ หน้าผาก จมูก คาง รับกันมากๆค่ะ ตอนนี้เรามีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ เวลาเราออกมาเที่ยวกับเพื่อนๆหรือการได้พบปะผู้คนมันทำให้เรามีแต่ความมั่นใจค่ะ เมื่อก่อนนิก็มีน้อยใจนะค่ะ ว่าทำไมจมูกเราไม่มีดั้งเหมือนคนอื่นเค้าที่เกิดมาก็มีดั้งจมูก เราว่าถ้ารู้ว่าทำมาสวยขนาดนี้เราทำไปนานแล้วค่ะ ปลื้มมากๆค่ะ จมูกที่เราอยากได้มันก็ต้องเป็นทรงที่มีความโด่งสโลปสวยเป็นธรรมชาติค่ะ อย่างที่ได้มา อิอิ

แต่งปลายจมูก

ก่อนเสริมจมูก รพ.เลอลักษณ์ แต่งปลายจมูก

แต่กว่าจะสวยได้มันก็ต้องผ่านอดีตมาก่อนใช้ไหมค่ะ มาชมภาพก่อนทำกันก่อนเลยค่ะ อิอิ เห็นแล้วเป็นไงค่ะ มีแต่คนบอกค่ะว่าให้เสริมจมูกเถอะคะแล้วจะสวยมากๆค่ะ เราเองก็อยากที่จะเสริมนะค่ะ เห็นไหมค่ะว่าเวลาเราแต่งหน้าไฮท์ไลค์ดั้งแล้วมันไม่ค่อยโด่งเลยค่ะ จะมุมข้าง มุมไหนๆก็ปังไม่สุดสักทีค่ะ เราเลยทำการศึกษาเลยค่ะจากรีวิวต่างๆเอาละนะยังไงเราก็พร้อมแล้วค่ะสำหรับการทำศัลยกรรมสักทีค่ะ เราเลือกทำในโรงพยาบาลเลอลักษณ์ค่ะ ซึ่งการทำในโรงพยาบาลนั้นเรามองว่ามีความเชี่ยวชาญความปลอดภัยได้มาตรฐานกว่าเยอะเลยค่ะ

หลังเสริมจมูกทันที

และที่สำคัญโรงพยาบาลเลอลักษณ์ที่เราเลือกทำคือการได้พบแพทย์พูดคุยถึงรูปทรงเพื่อแก้ไขปัญหาทรงจมูกที่ดีค่ะ เพราะฐานเดิมทรงจมูกเรานั้นเป็นคนที่ไม่มีดั้งเลยค่ะ ก็แอบกลัวเหมือนกันเหมือนกันน่ะค่ะ ว่าจะออกมาสวยไหมส่วนใหญ่คนที่ทรงจมูกยาวจะทำออกมาสวย แต่เราเป็นคนที่จมูกสั้นมากค่ะ เราเสริมกับคุณหมอหมอกิตติศักดิ์ ค่ะ อิอิ ตอนนี้เลยอุ่นใจมากๆค่ะเพราะทรงจมูกรับกับใบหน้าเลยแหละค่ะแต่งปลายจมูก

การเสริมทรงหยดน้ำ

ทรงหยดน้ำที่มีผู้สอบถามเรื่องทรงหยดน้ำนั้น จะไม่ธรรมชาติจริงหรือไม่ และทรงกลม สามารถให้ผลได้เท่ากับทรงหยดน้ำ จริงหรือไม่ และการเกิดผังผืดรัดจะผิดรูปร่างได้ง่ายกว่า จริงหรือไม่ เรียนตอบดังนี้ครับ

เป็นปกติที่ความเห็นทางการแพทย์นั้นอาจแตกต่างกันได้ครับ อย่างไรก็ตาม จากการที่หมอได้ติดตามแนวโน้มของศัลยแพทย์ด้านเต้านม ในระดับนานาชาติ ซึ่งจะมีการประชุมกันทุกปีที่ต่างประเทศ ล่าสุด 2011 ได้ไปประชุมกันที่ เมืองโซล ประเทศเกาหลี พบว่าปัจจุบัน ศัลยแพทย์ชื่อดังของประเทศต่างๆในเอเชียล้วนหันมาชื่นชอบซิลิโคนทรงหยดน้ำมากขึ้นมาก ด้วยเหตุผลดังนี้

ทรงหยดน้ำ

1. ในท่านอน ไม่ว่าทรงกลม หรือ ทรงหยดน้ำ ก็จะไม่สามารถคลายตัว ทรงหยดน้ำ ในลักษณะแบนลงได้เท่าหน้าอกจริง เพราะซิลิโคนนั้นมีลักษณะเป็นถุง จึงไม่สามารถคลายตัวได้เท่าเนื้อเต้านมจริงเมื่อนอนลง ดังนั้นในท่านอน ทั้งสองทรงก็พอๆกัน คือจะตั้งตัวมากกว่าหน้าอกจริงอยู่บ้าง ขึ้นอยู่กับว่าทรงของซิลิโคนนั้นเป็น high หรือ low profile

ในท่ายืน ท่านั่ง ซึ่งเป็นท่าในชีวิตประจำวัน ในการแต่งกาย ทรงหยดน้ำได้เปรียบกว่าในเรื่องของ การลดปัญหา Abnormal upper pole fullness ( การที่เนินอกดูนูนผิดธรรมชาติ ) ซึ่งจะพบได้บ่อยในคนเอเชีย เนื่องจากมักมีเนื้อเต้านมน้อย และกล้ามเนื้อบาง ( Pectoralis major muscle ) จึงสามารถมองเห็นซิลิโคนที่ซ่อนอยู่ด้านล่างได้ชัดขึ้น เปรียบเสมือนการซ่อนวัสดุที่มีรูปทรงแตกต่างกันไว้ใต้กล้ามเนื้อ หากกล้ามเนื้อบาง ทรงวัสดุก็จะชัดขึ้น เพราะอย่างไร แม้ในท่ายืน ทรงกลมจะสามารถหย่อนได้บ้าง แต่ก็ยังมีลักษณะนูนด้านบน อยู่มากกว่าทรงหยดน้ำ ( ตามภาพที่ส่งมาให้ ครับ ) ซึ่งปัญหานี้อาจลดลงบ้างในกรณีใส่ซิลิโคนไม่มาก หรือกล้ามเนื้อคนไข้ค่อนข้างหนา

มักมีคนไข้ ถามบ่อยๆ ว่าเราสามารถทำทรงกลม ให้เหมือนทรงหยดน้ำได้จริงๆ ไหม คำตอบก็คือ หากเราต้องการลดความนูนของเนินอกที่ไม่เป็นธรรมชาติของทรงกลมลง ก็จำเป็นต้องลดขนาดลงด้วย ( ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องขนาดที่ได้เล็กลง ) หรือเลื่อนซิลิโคนให้ต่ำลงกว่าปกติที่ควรจะเป็น วิธีหลังนี้ไม่ดี เพราะ 1. เนินอกจะหายไป เปรียบเสมือนตกท้องช้าง และหัวนมจะเชิดขึ้นมากจนดูผิดปกติได้ ฐานอกลงต่ำกว่าจริง ซึ่งทำให้ดูหน้าอกยานไม่สวย 2. เสี่ยงต่อปัญหาเรื่องนมสองลอน ( double bubble ) ถาวร

อีกคำถามที่พบบ่อยคือ คนช่วงตัวสั้นไม่เหมาะกับทำหยดน้ำ อันนี้ไม่มีจริง เพราะการเสริมทรงหยดน้ำ จำเป็นต้องวัดตัวให้ละเอียด เปรียบเสมือนตัดเสื้อผ้าให้พอดีตัว หมอสามารถเลือกซิลิโคนที่มีรูปทรงที่เหมาะกับโครงสร้างได้

อีกอันหนึ่ง คือ การเสริมทรงหยดน้ำ ไม่เหมาะสำหรับกรณีที่หน้าอกหย่อน หรือไม่มีเนินอกอยู่แล้วจริงหรือไม่ อันนี้ก็เช่นกัน หมอสามารถเลือกทรงที่เหมาะกับโครงสร้างได้เช่นกัน หากต้องการเนินอกมากก็สามารถเลือกหยดน้ำที่มีความนูนสูงขึ้น เพื่อเพิ่มเนินอกได้

2. ทรงหยดน้ำ หากเกิดการหดรัดจะผิดรูปได้ง่ายกว่าทรงกลมจริงหรือไม่

พบว่า การหดรัดของผังผืดนั้น เปรียบเหมือนเอามือบีบลูกโป่ง จะทำให้เกิดการนูนตัวของซิลิโคนทุกชนิด เนินอกจะดันตัวสูง ในความเห็นส่วนตัว คิดว่าไม่ต่างกันครับ ไม่ว่าทรงไหนก็จะนูนดันขึ้น หากการหดรัดไม่มาก การที่เนินอกไม่มีลักษณะนูนมากไปตั้งแต่ต้น ก็น่าจะทำให้ดูออกได้ยากขึ้น

การหมุนตัวของซิลิโคนหยดน้ำ หมอพบความเสี่ยง 0.12 % ในคนไข้เมื่อหลายปีก่อน ที่นวดมากเกินไปในลักษณะหมุน ในช่วงแรกๆหลังผ่าตัด จากการผ่าตัดมากกว่า 1500 ราย เฉพาะทรงหยดน้ำ ( พย. 54 ) และทั้งหมดแก้ไขได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งทรงหยดน้ำควรปล่อยให้ซิลิโคนเซทตัวเสียก่อน การนวดก็ไม่มีปัญหา และควรหลีกเลี่ยงการนวดแบบหมุนวน

ทั้งนี้ความเห็นนี้เป็นความเห็นและข้อมูลของหมอเท่านั้น ศัลยแพทย์แต่ละท่านอาจจะมีความเห็นแตกต่างกันได้ครับ เพียงแต่ส่วนตัว เมื่อเปรียบเทียบผลลัพท์ในอดีต เมื่อไม่มีทรงหยดน้ำมาให้ใช้ หมอรู้สึกว่าผลลัพธ์นั้นเป็นธรรมชาติมากขึ้น เปรียบเทียบได้ชัดจากการถ่ายภาพก่อนและหลังผ่าตัด ฝากแจ้งท่านที่ถามเข้ามา หากมีข้อสงสัยก็สอบถามคุณหมออีกครั้งตอนมาปรึกษาได้ครับ “ทรงหยดน้ำ

4 ขั้นตอนหลัก ควรทำ ก่อนการตัดสินใจไปเสริมจมูก

ทำดั้ง “หนูอยากจะเสริมจมูก ทำดั้ง ไม่รู้ว่าจะทำที่ไหนดี ราคาเท่าไหร่ ทรงจมูกทรงไหนจะเหมาะกับหนู หนูควรจะเริ่มหาข้อมูลในการเสริมจมูกยังไงดีคะ”

เป็นคำถามสุดฮอตเลยทีเดียวสำหรับเรื่องของการเสริมจมูก เรียกว่าเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ไม่ว่าจะเข้าไปค้นหาตามแหล่งกระทู้ดังๆ เช่น pantip.com หรือ ดั้งโด่ง โดดเด่น ก็จะเจอคำถามเหล่านี้แน่นอน เพราะเป็นความอัดอั้นตันใจของหลายๆคน อยากจะเสริมจมูก แต่ก็กลัวหลายอย่าง กลัวเสริมจมูกมาแล้วไม่สวยบ้าง กลัวทำแล้วเบี้ยว เอียง หรือเสริมจมูกมาแล้วทะลุบ้าง ก็เลยเป็นกระแสให้ตามหาคลินิกศัลยกรรมจมูก หรือถามหาหมอเสริมจมูกสวยๆ ทรงดีๆ กันมากมาย

ทําดั้ง

ในฐานะอยู่ในแวดวงความงามนี้มานาน ทำดั้ง จึงอยากจะมาเป็นไกด์ให้ทุกๆคนที่อยากจะเสริมจมูก หรือทำศัลยกรรมความงามทั้งหลาย เกี่ยวกับแนวทางการหาคลินิกเสริมจมูก ดังนี้

canvas1
canvas12-1
ขั้นตอนการตัดสินใจเสริมจมูก ข้อ 1

อันดับแรกที่หมออุ๋ยอยากจะแนะนำก็คือ ให้เราดูเพื่อนรอบๆตัวเราว่า ใครไปเสริมจมูก ทำจมูกมาแล้วบ้าง และคนไหนทำแล้วทรงจมูกสวย เอาเป็นว่าไม่จำเป็นต้องรู้ละเอียดมากมายว่าเป็นจมูกทรงเกาหลี หรือทรงอะไร ไปเก็บข้อมูลจากเขามาก่อน อย่างน้อยๆก็คือ เขาเสริมจมูกที่ไหน ราคาเท่าไหร่ เสริมจมูกมาราคาถูกราคาแพงอย่างไร สถานที่หรือคลินิกเสริมจมูกเป็นอย่างไร วิธีการทำ ขั้นตอนการเสริมจมูก การนัด การดูแล ให้เราหาข้อมูลต่างๆเหล่านั้นก่อนเลย ซึ่งเป็นข้อมูลที่หาง่ายค่ะ

และสิ่งที่ได้นอกเหนือจากเรื่องของข้อมูลในการเสริมจมูกจากเพื่อนก็คือเรื่องของสไตล์การใช้ชีวิต สไตล์การแต่งตัว หรือความชอบอะไรทั้งหลาย ถ้าเขาเป็นเพื่อนเรา เรากับเขามักจะเข้ากันได้ มีรสนิยมคล้าย ๆ กันนะคะ เช่นเพื่อนเราเป็นสาวหวาน เวลาไปเสริมจมูกมาแล้ว ได้จมูกใหม่ที่สวยหวาน เราก็จะได้ทรงใกล้เคียงไม่มากก็น้อย จะได้ข้อมูลพื้นฐานเข้ามาช่วยพิจารณาว่าเราเองจะเลือกเสริมจมูกที่คลินิกไหน

อีกประการหนึ่งสำหรับเรื่องของการเสริมจมูกก็คือการที่เราได้ถามเพื่อน ตัวหลักๆ ที่จะได้ก็คือข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงนะคะ ในเมื่อเขาไม่ใช่พนักงานขาย ในเมื่อเขาไม่ใช่ตัวแทนของคลินิกใดคลินิกหนึ่งหรือสถานที่ความงามที่ไหนที่ใดที่หนึ่ง เราก็จะได้ข้อมูลจริงๆของการเสริมจมูกจากคลินิกนั้นๆ ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลการขายแน่นอน จะได้รู้ข้อมูลลึกข้อมูลจริงกันไปเลยว่าเสริมจมูกของที่นั่นที่นี่ ดีจริงหรือไม่ เน๊อะๆ

canvas13
ข้อดีของการถามเพื่อนก็เป็นแบบนี้ค่ะ คือ

ก. เรามีสไตล์คล้าย ๆกัน ลักษณะของการเสริมจมูกก็น่าจะคล้ายๆกัน

ข. เราจะได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากคลินิกเสริมจมูกที่เพื่อนไปทำมา

แต่ว่าข้อเสียของการถามเพื่อนก็คือต้องระวังเรื่องของการยุ ยุในที่นี้ก็คือ เราเสริมจมูกมาแล้วเธอไปเสริมบ้างสิ! ถ้าเรารู้สึกว่า เราเองเป็นคนที่ไม่สามารถรับแรงกดดัน แรงยุจากเพื่อนได้ ไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนได้ หรือว่ารู้สึกชอบบ้างไม่ชอบบ้าง…….. เราก็อย่าไปถามเขาลึกมากนัก เพราะไม่อย่างนั้นพอเราถามเขาลึก สิ่งที่จะได้กลับมาคือแรงเชียร์ แรงยุให้ไปเสริมจมูกบ้าง ซึ่งบางครั้ง ณ ขณะนั้นเรายังไม่พร้อม แล้วก็เรายังเก็บข้อมูลไม่ครบ การที่ได้แรงเชียร์แรงผลักดันจากเพื่อนมาก ๆ บางทีก็ทำให้การตัดสินใจเราไขว้เขวในการเสริมจมูกได้เหมือนกันนะคะ

***แต่ว่าก็สรุปได้ว่าการถามเพื่อนเกี่ยวกับคลินิกเสริมจมูกเป็นอะไรที่ง่ายที่สุด แล้วก็ได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงได้มากที่สุด ก็ลองเก็บตัวเลือกนี้ไว้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจก่อนนะคะทำดั้ง

7 ทรงจมูกสุดฮิต ที่สาวไทยนิยมทำมากที่สุด

ทรงจมูก 7 ทรงจมูกสุดฮิต ที่สาวไทยนิยมทำมากที่สุดทรงจมูก
จะจ่ายเงินเสริมจมูกทั้งที ต้องทำทรงแบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าสวยที่แท้ทรู!

ทรงจมูก.

เอาล่ะค่ะสาวๆ หลังจากที่เรารู้วิธีการเสริมจมูก ทรงจมูก ข้อดี ข้อเสีย รวมถึงการดูแลตัวเองก่อนและหลังการไปเสริมจมูกกันมาแล้ว คราวนี้สาวๆก็คงจะอยากกำเงินไปให้คุณหมอรัวๆ แล้วบอกว่า “คุณหมอขาช่วยผ่าจมูกให้หนูหน่อยเถอะ” กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ยังค่ะ ยังก่อน! ก่อนจะไป เราควรเลือกทรงจมูกให้เรียบร้อย เพื่อที่จะยื่นให้คุณหมอได้เลยว่า “หนูจะเอาแบบนี้!” เพื่อให้คุณหมอช่วยตกแต่งทรงจมูกให้ได้รูปตรงตามใจของเรามากที่สุด

ความรู้เกี่ยวกับเรื่องศัลยกรรมเสริมจมูก

1. เสริมจมูกแบบไหน และอย่างไรดี ถึงจะปัง

2.การเตรียมตัวเองก่อนไปเสริมจมูก

3.วัสดุที่นำมาใช้ในการเสริมจมูก

4.ซิลิโคนแต่ละแบบ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

5.7 ทรงจมูกสุดฮิต ที่สาวไทยนิยมทำมากที่สุด

7 ทรงจมูกสุดฮิต ได้แก่

จมูกทรงหยดน้ำ

จมูกทรงหยดน้ำ
ถ้าอยากได้ลุคสวยใส ไม่โด่ง หรืองุ้มจนเกินไป แลดูเป็นธรรมชาติ ต้องแบบนี้เลย ทรงหยดน้ำ

คลาสสิคที่สุด

การเสริมจมูกวิธีนี้ จะช่วยเสริมปลายจมูกของสาวๆ ให้ยาวขึ้น เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกเยอะ

แต่ถ้าหากใครที่มีเนื้อน้อย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป บอกคุณหมอได้ คุณหมอจะช่วยหาวิธีที่เหมาะสมในการยืดบริเวณปลายจมูกให้ค่ะ

จมูกปลายพุ่ง

จมูกปลายพุ่ง
งานโด่ง งานพุ่งก็มา ใครอยากเสริมจมูกให้โด่งรับทรัพย์ต้องแวะทางนี้ค่ะ จมูกทรงปลายพุ่ง

การทำจมูกทรงนี้ เหมาะกับสาวๆ ที่จมูกสั้น หรือทู่แบน จะช่วยให้จมูกยาวขึ้น และใบหน้ามีความสมดุลมากยิ่งขึ้น เวลาทำ คุณหมอจะดูจากความยาวและความสูงของจมูกเป็นหลัก แต่ก็ไม่ควรให้ส่วนปลายแหลมเกินไป ควรเป็นแบบมนๆ จะดีกว่า

ฟังชื่อแล้วนึกถึงตุ๊กตาบาร์บี้เลยใช่ไหมล่ะค่ะ ใช่แล้วค่ะ ทรงแบบนี้จะเรียกว่าทรงปลายเชิดก็ได้

หรือทรงบาร์บี้ก็ได้ คือ มีลักษณะที่ส่วนปลายจมูกเชิดขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรูจมูก เสริมให้ดั้งโด่งขึ้นเห็นแล้วนึกถึงตุ๊กตาจริงๆเลยล่ะค่ะ เหมาะกับสาวๆ ที่มีบุคลิกมั่นใจในตัวเอง

จมูกทรงสโลปเป็นธรรมชาติ
สำหรับสาวๆ ที่รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับทรงจมูกของตัวเอง เช่น รู้สึกว่ามันเอียงเกินไป หรือ ปลาย

จมูกงุ้มมากไป จะลองเสริมจมูกเป็นทรงสโลปธรรมชาติก็สวยดีนะคะ วิธีนี้เป็นการเสริมจมูก

แบบสวยเนียนตามธรรมชาติอีกวิธีหนึ่ง แต่จมูกจะโด่งขึ้นมาอีกนิด ดูไม่หลอกตา

จมูกทรงสโลปปลายเชิด

จมูกทรงสโลปปลายเชิด
วิธีนี้ก็เน้นสวยแบบธรรมชาติเช่นกัน แต่เพิ่มความเก๋อีกนิด ตรงที่ปลายจมูกเชิดขึ้นอีกหน่อย

ช่วยปรับบุคลิกให้มีความหวานซ่อนเปรี้ยวมากยิ่งขึ้น ทรงจมูก

[ตัดลดโหนกแก้ม/กราม] คิดถูกแล้วที่ทำ.. ดูดไขมันหน้า,เหนียง,วีไลน์,

ศัลยกรรมโหนกแก้มหลังจากที่ศึกษาหาข้อมูลมานานเกือนปี.. สรุปได้ว่าสมควรแก่เวลาแล้วนะทีจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกครั้ง ซึ่งได้ศึกษาในเรื่องของ การดูดไขมันต่างๆบนใบหน้าและเอาเหนียงออก วีไลน์กรอบหน้า ตัดไขมันกระพุ้งแก้มและเสริมคาง เอาง่ายๆเลย คือทำยังไงก็ได้ให้หน้าเรียว.. เพราะเป็นปมด้อยมาตั้งแต่เด็กว่า หน้าใหญ่ คือแบบว่า หน้าใหญ่มากถึงมากที่สุด เหมือน อมอะไรไว้ในแก้มอยู่ตลอดเวลา

ศัลยกรรมโหนกแก้ม

หลังจากที่หาข้อมูลมานานเกือนปี.. ศัลยกรรมโหนกแก้ม ก็ได้ตัดสินใจไปทำศัลยกรรมที่ masterpiece clinic (คลินิกอยู่แถวสยาม) นี่ไม่ได้อวยแต่อย่างใด แต่ขอบอกไว้เลยว่าบริการดีมากๆ ถึงแม้จะรอคิวปรึกษานานไปหน่อยก็ตาม ถ้าพูดถึงราคาก็ต้องบอกว่าคุ้มกับการลงทุนนะผมว่าเพราะการที่จะเอาอะไรมากรีด หรือมาทำอะไรบนใบหน้าของเรา ตัวเราเองจะต้องมั่นใจว่าปลอดภัยและทำออกมาดีอย่างแน่นอน

ครั้งแรกที่เข้าไปที่คลินิก รู้สึกตกใจมากเพราะลูกค้าแน่นเต็มไปหมดเลย โดยเฉพาะเก้าอี้นั่งคือแทบจะไม่มีให้นั่งเลยก็ว่าได้เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรีอ่า 55555+ ก็นั่งรอปรึกษานานอยู่พอประมาณนึงครับ ก็มีพนักงานพาไปถ่ายรูป+กรอกประวัติ หลังจากนั้นอีกสักพักใหญ่ๆ ผมก็ถึงคิวปรึกษาหมอคัรับ … หมออธิบายละเอียดมากกกกกก คือเข้าใจเลยว่าทำไมแต่ละคนที่มาปรึกษา ปรึกษานานมาก หลังจากนั้นผมจึงตัดสินใจทำและจ่ายเงินมัดจำเพื่อลงคิวทำ คือตอนนั้น ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆ เพราะที่บ้านยังไม่รู้ว่าจะทำศัลยกรรม

พอถึงวันที่จะต้องศัลยกรรมก็รู้สึกตื่นเต้นมาก กลัวมากเช่นกัน T__T พี่พนักงานจ่ายยาและอธิบายยาอย่างละเอียด และส่งผมขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารอผ่าตัดครับ… ลำใยมามากแล้วมาดูรีวิวกันเลยครับศัลยกรรมโหนกแก้ม

[ตัดลดโหนกแก้ม/กราม] รีวิวศัลยกรรมตัดโหนกแก้ม ดูดไขมันแก้ม

ตัดโหนกแก้มสวัสดีค่ะเพื่อนๆ เกริ่นก่อนว่านิ้งเป็นคนมีปัญหาที่แก้มค่ะ คือเป็นคนมีแก้มเยอะมากกก โหนกแก้มนูนชัดออกมา ทำให้เราไม่ค่อยมั่นใจค่ะ เวลาถ่ายรูปก็จะดูเหมือนคนหน้าอ้วนตลอดเวลา หามุมถ่ายก็ยากไม่เหมือนคนอื่นเค้า จะเกล้าผมก็ไม่มั่นใจต้องคอยเอาผมมาปิดหน้าตลอด เวลายิ้มทีแก้มก็ออกที55555 ก็เลยอยากศัลยกรรมตัดเอาแก้มเยอะๆออกไปค่ะ เพราะตัวนิ้งเองไม่ได้แอนตี้เรื่องนี้อยู่แล้ว
นิ้งเลือกทำกับคุณหมอพีค่ะ เพราะเห็นรีวิวว่าดี ก็โทรนัดปรึกษากับคุณหมอค่ะ ชอบตรงคุณหมอพูดจาดี ให้คำปรึกษาดีมาก นิ้งนัดปรึกษากับคุณหมอที่กังนัมคลีนิคค่ะ อยู่ตรงสยามซอย1ตรงหัวมุมถนนเลย พนักงานก็ดูแลดีมากค่ะ เป็นกันเองสุดๆให้คำแนะนำตลอด หลังจากนั้นก็นัดวันมาทำค่ะ ของนิ้งทำตัดโหนกแก้มและก็ดูดไขมันที่แก้มค่ะ

ภาพก่อนผ่าตัดค่ะ – จะเห็นว่า หน้านิ้งดูบวมๆ แก้มเยอะมากอีกนิดจะห้อยแล้ว โหนกแก้มนูนขึ้นมาเลย

ตัดโหนกแก้ม

ก่อนผ่าตัดก็เตรียมตัวเหมือนที่อื่นๆค่ะ ตัดโหนกแก้ม งดน้ำงดอาหาร8ชม. พอวันผ่ามาถึงก็เตรียมตัวเข้าห้องเชือด เอ้ย!ห้องผ่าตัดค่ะ ก็เม้าท์มอยกับคุณหมอไปแปปนึง หมอบอกให้ทำใจสบายๆอย่าเครียดเดี๋ยวตื่นมาก็สวยแล้ว 5555 ก็ดมยาสลบแล้วก็หลับไหลไปค่ะ พอฟื้นมาก็ถูกพาไปที่ห้องพักต่อ หน้าก็จะบวมๆพองๆหน่อย มีผ้าพันไว้ที่แก้มทั้งสองข้างเลย ช่วงวันแรกๆก็หน้าบวมตึงมากค่ะ ก็ต้องคอบประคบเย็นอยู่ตลอด พอหลายวันผ่านไปก็ค่อยๆเริ่มดีขึ้นเรื่อย ก็ปฏิบัติตามที่คุณหมอแนะนำค่ะ

อันนี้เป็นรูปหลังจากทำแล้ว1เดือนค่ะ

หน้าดูเล็กลงเลยค่ะ ตรงช่วงแก้มดูลดลง เอาผมเปิดหน้าก็ดูเรียวขึ้นเลย

ลองเกล้าผม ก็มั่นใจมากขึ้น ดีขึ้นเยอะเลยค่ะชอบมาก

ยิ้มแบบมั่นใจมากขึ้น

อันนี้หลังจากทำมาแล้ว5เดือนค่ะ

โดยรวมแล้วนิ้งประทับใจมากเลยค่ะ คุณหมอพีดูแลดีมาก หลังผ่าตัดเสร็จก็ยังคอยให้คำปรึกษา คอยฟอลโล่วอัพตลอด พนักงานก็บริการดี ใส่ใจ คอยให้ข้อมูลหลังการขายตลอด ใครที่กำลังสนใจอยากตัดโหนกแก้มก็จัดเลยค่ะ นิ้งคอนเฟริ์มว่าที่นี่เลิศจริง!ตัดโหนกแก้ม

เทคนิค ‘‘ปรับหน้าเรียว’’ ด้วย ‘‘ศัลยกรรมตัดกราม V Line’’

ปรับหน้าเรียวทุกครั้งที่ส่องกระจก ใบหน้าคุณเท่ากันอย่างสมส่วนหรือไม่?
สารพัดปัญหาโครงหน้าไม่สมส่วนที่เป็นผลมาจากบริเวณช่วง “กราม” ทั้งลักษณะของโครงหน้าที่สองข้างไม่เท่ากัน , หน้าเหลี่ยม , หน้าบาน , กรามใหญ่ ฯลฯ จนทำให้หลายท่านขาดความเชื่อมั่น โดยแบ่งเป็น 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้

ปรับหน้าเรียว

3 สาเหตุหลัก หน้าบาน “กรามใหญ่” ปรับหน้าเรียว
1. พันธุกรรม
เมื่อพูดถึงพันธุกรรมนั้น ถือได้ว่าปัจจัยหลักของ กรามใหญ่เลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นเรื่งธรรมชาติที่คุณอาจเกิดมาโดยมีส่วนใดส่วนหนึ่งคล้ายคลึงบรรพบุรุษ บางรายอาจปรากฏลักษณะรูปหน้าที่มีกรามใหญ่มาตั้งแต่เด็กๆ

2. มัดกล้ามเนื้อกรามที่มีขนาดใหญ่

หากคุณมีพฤติกรรมการเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ หรือ ทานอาหารที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากเป็นพิเศษ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามนั้นโตขึ้นมาได้ ซึ่งในหลักการของกล้ามเนื้อนั้น หากกล้ามเนื้อถูกใช้งานหนัก หรือ มีการขยับโดยต้องออกแรงอยู่เป็นประจำ ก็เหมือนเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ เกิดการบริหาร กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และ มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่หากเมื่อไหร่ที่ กล้ามเนื้อไม่ถูกบริหาร กล้ามเนื้อก็จะเล็กลงเป็นไปตามกลไกของร่างกาย

3. กรามใหญ่ที่เกิดจาก “กระดูก”

ในด้านของสรีระศาสตร์ สาเหตุที่กรามใหญ่จากกระดูกนั้น เป็นเพราะกระดูกมีการจริญเติบโตควบคู่ไปกับสรีระโครงสร้างของร่างกาย ซึ่งบางราย อาจปรากฏว่ากระดูกกรามนั้น ใหญ่จนไม่สมส่วนกับโครงสร้างของใบหน้า

2 เทคนิค “ศัลยกรรมตัดกราม หน้าเรียว V Line”
ก่อนอื่น ผู้รับบริการจะต้องได้รับการพิจารณาสภาพของกระดูกกรามทั้งหมด ผ่านการ X – Ray ทั้งในเรื่องของ ความสูง ความหนาของกระดูกกราม ความหนาของกล้ามเนื้อบริเวณมุมกราม ความสัมพันธ์ของกระดูกกราม และ กระดูกใบหน้าส่วนบน รวมถึงการสบฟัน ตรวจดูอวัยวะที่เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณกราม ว่ามีส่วนไหนที่ผิดปกติหรือไม่ เช่น ขากรรไกร ฟันแต่ละซี่ และ คาง เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางในการศัลยกรรมตัดกราม ลดมุมกราม ให้ความสมดุลกับใบหน้า ตามสโลฟของผล X Ray ที่ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้วางแผนการผ่าตัดไว้เรียบร้อยแล้ว

1. การศัลยกรรมตัดมุมกราม (Jaw Surgery) คือ การตัดกระดูกเฉพาะมุมกราม สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าเหลี่ยมที่เกิดจากกระดูกมุมกราม หรือ ผู้ที่มีมุมกรามใหญ่
2. การศัลยกรรมตัดกราม V Line คือ การตัดกระดูกมุมกรามตลอดจนแนวกรามที่ส่งผลให้ใบหน้าดูใหญ่ และ กางออก ปัจจุบันมีผู้รับบริการจำนวนมากที่ให้ความสนใจการปรับรูปหน้าเรียว ศัลยกรรมตัดกราม V Line เป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้ใบหน้าเรียวอย่างสมส่วน วิธีนี้จะทำให้แนวกรามมีลักษณะที่แคบลง แลดูใบหน้าเรียวขึ้นรับกับรูปคาง เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหารูปหน้าของผู้ที่มีรูปหน้าไม่เท่ากันโดยที่มีสาเหตุเกิดจากกระดูกกรามให้มีความสมส่วนยิ่งขึ้น หรือ ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียวเพื่อความสวยงาม ซึ่งจะสามารถลดขนาดของกรามลงได้เพียงไหนจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ ผล X – Ray โครงหน้าของแต่ละรายไปปรับหน้าเรียว

ตัดกรามหน้าเรียว

ตัดกรามสวัสดีค่ะ เราชื่อณิชา ค่ะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตัดกรามค่ะ (กระทู้แรกหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ) แต่ก่อนมีปัญหาเรืองโครงหน้าใหญ่ เคยฉีดโบท็อกซ์มาหลายครั้งมาก หน้าเล็กลงในระดับนึงค่ะ แต่ไม่ค่อยแตกต่างมากเพราะเรามีกระดูกกราม กรามค่อนข้างใหญ่ชัดเจนค่ะ จริงๆ เคยคิดจะผ่าตัดกรามมานานแล้ว ใช้เวลาหาข้อมูลและทำใจอยู่ประมาณ 2 ปีเลย แฟนก็สนับสนุนเพราะไม่อยากให้ฉีดโบท็อกซ์แล้ว
รูปก่อนทำ หน้าตรงค่ะ

ตัดกราม

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล ตัดกราม
ด้วยความที่เราทำงานต้องใช้หน้าตาก็เลยตัดสินใจโทรมาถามข้อมูลที่คลินิกหลายที่ที่มีแพทย์เฉพาะทางค่ะ แต่สุดท้ายตัดสินใจทำที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เพราะณิชาเชื่อว่าทำในโรงพยาบาลน่าจะมีความปลอดภัย และได้มาตรฐานมากกว่า อีกอย่างตัดกรามเป็นผ่าตัดใหญ่ ต้องวางยาสลบด้วยค่ะ

พอนัดวันทำแล้วก็ลางาน ถือโอกาสลาพักร้อนมาทำศัลยกรรมโดยเฉพาะ กะว่ากลับไปทำงานจะเอาให้สวยเลย อิอิ พร้อมมากค่ะ ไม่กลัวเจ็บนะคะ กลัวไม่สวยมากกว่า

วิธีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดก็คือ ทานยาสมุนไพรจีนยี่ห้อหนึ่งค่ะ จำไม่ผิดน่าจะ “หยุนหนานไป่เหย่า” ว่ากันว่าจะช่วยลดอาการบวมจากการผ่าตัด กินก่อนผ่าตัด 3 วัน และก็จะมีส่วนที่ให้กินหลังผ่าตัดด้วยค่ะ และก็งดน้ำงดอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชม. (จะมีเจ้าหน้าที่โทรคอมเฟิร์มค่ะ)

หลังผ่าตัด อยู่ที่ห้องพักค่ะ

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
วันที่มาทำจะมีเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลเบื้องต้นก่อน แล้วส่งขึ้นพบหมอก่อนผ่าตัดค่ะ คุณหมอใจดีมากค่ะ ให้คำปรึกษาทุกอย่างได้ละเอียด เข้าใจง่ายดี หมอบอกว่าจริงๆ มุมกรามเราไม่เยอะ แต่หมอจะพยายามตัดออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จากนั้นเราก็ได้ไปที่ห้องพัก โรงพยาบาลจัดห้องพักวีไอพีไว้ให้ค่ะ เพราะเราต้องนอนพักฟื้นดูอาการ

มีเจ้าหน้าที่มารับไปห้องผ่าตัด ก็จะมีหมอดมยาสลบอีกคนอยู่ด้วย เรานอนลงบนเตียง มีพยาบาลเอาอะไรมาติดตรงหน้าอก น่าจะเป็นเครื่องวัดหัวใจ หมอเอาหน้ากากมาครอบจมูก บอกให้หายใจเข้าลึกๆ แล้วเราก็หลับไป ตอนทำนี่คือไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ ตื่นมาอีกทีอยู่ห้องพักฟื้น ความรู้สึกเจ็บไม่เท่าไหร่ แต่แน่นมากเพราะมีผ้าพันกรามเอาไว้อย่างแน่น และก็มีสายระบายเลือดด้วยค่ะ วันต่อมาคุณหมอจะมาเอาสายระบายเลือดแล้วก็ให้กลับบ้านได้ค่ะ

รูปนี้หลังทำวันแรกค่ะ

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
เคสเราเปิดแผลด้านใน เป็นไหมละลาย ไม่ต้องกลับมาตัดไหม แต่หมอนัดมาตรวจหลังทำ 7 วัน ค่ะ เคสเราถือว่าปกติดี แต่บวมมากหน่อยเพราะเป็นคนเนื้อเยอะตัดกราม

วิธีลดแก้มป่อง ให้หน้าเรียวสวยได้โดยไม่ต้องศัลยกรรม

ลดแก้มสวัสดีค่าาาาทุกคน~~~ วันนี้ Gang Beauty มีข้อมูลดี ๆ มาฝากกันอีกแล้วจ้า สำหรับใครที่หน้าใหญ่ หน้ากลม แก้มแน่น แก้มป่อง จนบางทีทำให้ดูหน้าบาน ไม่เรียวสวยได้รูปเหมือนคนอื่นเขา อาจจะทำให้ขาดความมั่นใจ เวลาถ่ายรูปก็ต้องเสียเวลาเลือกมุมกล้อง เลิกกังวลได้เลยค่ะ เพราะเรามีวิธีลดแก้มที่จะช่วยให้คุณกลับมาเป็นสาวหน้าเรียวอีกครั้ง

ลดแก้ม

1. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ลดแก้ม
การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยขับเหงื่อ และลดไขมันที่สะสมในร่างกาย รวมไปถึงไขมันบริเวณแก้มได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่ไขมันที่แก้มจะค่อนข้างลดยากกว่าส่วนอื่น ๆ นะคะ ข้อนี้ก็ต้องให้เวลากับมันนิดนึง อย่าใจร้อนเกินไป ความกลมของแก้มจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้า ๆ จนลืมสังเกต มารู้สึกตัวอีกทีก็หน้าเล็กลงเหมือนฝันไปเเล้วล่ะ

2. อย่าอยู่ในที่เย็นและชื้นจนเกินไปนัก
อาการบวมของร่างกายนั้นส่วนใหญ่เเล้วมักจะเกิดจากความชื้นที่สะสมในร่างกาย นานเกินไป จนทำให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลง ทำให้ร่าบกายนั้นต้องเร่งน้ำหนักตัวจึงเพิ่มขึ้น หน้าก็บวมมากขึ้น

3. อย่านอนหมอนสูง
สาวๆ คนไหนที่ไม่ค่อยอ้วนมากแต่หน้าดันบวมเยอะกว่าเพื่อน ให้ลองสังเกตุตัวเองดูว่าคุณเป็นคนที่ชอบนอนคว่ำหรือนอนหมอนสูงหรือไม่ เพราะการนอนหมอนสูงบ่อยๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก หน้าเลยบวมได้ง่าย ส่วนการนอนคว่ำก็จะทำให้ความชื้นมารวมอยู่ที่บริเวณใบหน้าจนเกิดอาการบวมได้ ง่ายๆ เช่นกัน

4. อย่าดื่มน้ำเย็น

การดื่มน้ำเย็นเป็นประจำจะทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ และมันก็คือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมขึ้นมาได้ ลองดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าๆ ตั้งเเต่ตื่นนอน ระหว่างวันก็ดื่มน้ำในอุณหภูมิห้องปกติดูค่ะ

5. ดื่มน้ำบ่อย ๆ
จิบน้ำให้บ่อยขึ้นในระหว่างวัน ไม่ใช่หยิบมากินรวดเดียวหมดขวดนะคะ การดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำจนต้องกักเก็บสำรองน้ำเอาไว้บริเวณใบหน้าโดยเฉพาะ บริเวณแก้ม จนทำให้บวมได้ขนาดนั้น

6. หลีกเลี่ยงของเค็ม

พวกน้ำพริกซี่ฟู้ด ส้มตำปลาร้าที่เค็มหนักๆ น่ะพักไว้ก่อน เพราะความเค็มจะทำให้หน้าเกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่องมากกว่าขึ้นกว่าเดิม เพราะร่างกายของเราจะต้องกักตุนน้ำไว้เป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมขับโซเดียมออก มานั่นเอง

7. นวดหน้าให้ได้ทุกวัน

หลังล้างหน้าในตอนเช้า ให้นวดปาดเนื้อแก้ม โดยใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดแก้มทั้งสองข้างเป็นวงกลม ทำติดต่อกันอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 นาที หลังทำครั้งแรกจะรู้สึกได้ว่าหน้าตึงขึ้นกระชับขึ้น

8. ฝึกขยับใบหน้าอยู่บ่อย ๆ
เวลานังดูซีรีย์เกาหลีอยู่ก็ลองฝึกยิ้มกว้าง ๆ สลับกับการขยับปากเอ อู เอ อู หรือจะทำแก้มพองลมสลับซ้ายขวาอย่างช้า ๆ จะช่วยลดไขมันส่วนเกินและอาการบวมของใบหน้าได้ลดแก้ม