วิธีการลดไขมัน หรือลดความอ้วน

วิธีลดไขมัน วิธีลดไขมันแบบที่ 1 คือการจัดการกับไขมันตรงๆเลยถ้าหากผมบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ผมจะบนบานขอไม่ให้เพื่อนสมาชิกลดไขมันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในกรอบสีเหลืองนี้เลย เพราะถ้าคุณเคยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งข้างล่างนี้ ก็จะถือว่า สายเกินแก้เสียแล้ว ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้แล้ว เอาล่ะครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลย / คำว่าจัดการกับไขมันตรงๆเลย ที่ฮิตๆกันก็มีดังนี้ครับ

วิธีลดไขมัน

1.อดอาหาร – อันนี้ตรงๆเลย วิธีลดไขมัน ก็คือใช้สัญชาติญาณการรับรู้ตามสื่อต่างๆ เช่น ตามข่าว หรือเนื้อหาของภาพยนตร์ที่ว่า เมื่อมีคนติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังทับลงมาหลายๆวัน คนเหล่านั้นก็จะมีอาการซูบผอม ไม่เห็นมีใครอ้วนเหมือนเดิมสักคน / ดังนั้น วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ฮิตที่สุด (คืออดอาหาร) ,ง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ก็แค่ไม่ทานอาหารเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เพื่อนสมาชิกยังไม่เข้าใจก็คือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่จะติดตามมาเป็นลูกโซ่ดังข้างล่างนี้ครับ

เมื่อร่างกายอดอาหาร ก็จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จะนำไปสร้างสารสื่อประสาท ,ภูมิคุ้มกัน ,ฮอร์โมน ,เม็ดเลือด ,น้ำย่อย ,ผิวหนัง ,เล็บ และผม

เมื่อขาดสารอาหารที่จะนำไปสร้างของที่ว่ามานั้น (สารสื่อประสาท ,ภูมิคุ้มกัน ฯลฯ) ร่างกายเลยไปดึงเอาโปรตีนจาก เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ ออกมาเป็นวัตถุดิบในการสร้าง

เมื่อเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อถูกทำลายไป (เพราะถูกดึงโปรตีนออกไป) ก็จะทำให้มวลกล้ามเนื้อหายไป และเมื่อมวลกล้ามเนื้อหายไป ระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายก็จะลดลงไปด้วย

เมื่อระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายลดลง และบวกกับการที่เราอดอาหารด้วยแล้ว ร่างกายจะสร้างขบวนการเคมีขึ้นมาใหม่ เรียกว่า Starvation Mode

ระบบ Starvation Mode เป็นระบบอัตโนมัติของร่างกาย ที่คิดเอาเองว่าร่างกายกำลังจะตายเพราะอดอาหาร จึงพยายามทำให้ตัวเองอยู่รอดด้วยการพยายามสะสมไขมันให้มากขึ้น เพื่อไว้ใช้ในยามที่จำเป็น (มันเป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เหมือนกับการย่อยอาหารของกระเพาะ หรือการเต้นของหัวใจ ที่เราไม่สามารถบังคับได้)

ระบบ Starvation Mode นี้ แรกๆน้ำหนักตัวจะลดลง โดยน้ำหนักตัวที่ลดลงไปนี้ “ครึ่งหนึ่ง” เป็นน้ำหนักของมวลกล้ามเนื้อที่หายไป

เอาล่ะ! ถ้าคุณอดอาหารไปตลอดชาติ คุณก็คงจะผอมได้ดังใจ แต่ว่าสมองคุณจะเบลอ ,คุณจะเป็นคนเครียดง่าย ส่งผลให้ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ เลยทำให้มีอัตราการอยากฆ่าตัวตายสูงขึ้น ตอนหลังคุณก็เลยกลับใจ กลับมากินอาหารเหมือนเดิม แต่ความซวยที่เกิดขึ้นคือ คุณกินเท่าเดิม แต่ดันอ้วนขึ้นกว่าเดิม (อ้วนขึ้นกว่าตอนก่อนอดอาหาร) ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

สาเหตุที่คุณเคยลดความอ้วนด้วยการอดอาหาร แล้วกลับมากินอาหารเหมือนเดิม แล้วปรากฏว่าอ้วนกว่าเดิม ทั้งๆที่ก็กินอาหารเท่าเดิม (เท่ากับตอนก่อนลดความอ้วน) นั้น ก็เพราะเซลล์กล้ามเนื้อมันหายไปกว่าแต่ก่อนแล้วไงครับ (หายไปจากการอดอาหาร) คราวนี้ พอเซลล์กล้ามเนื้อมันหายไปแล้ว พอคุณกลับมากินอาหารเท่าเดิม มันก็เลยมีปัญหาเรื่องการเผาผลาญอาหาร พอมีปัญหาเรื่องการเผาผลาญอาหาร อาหารพวกนั้น ก็กลายเป็นไขมันไป (แทนที่จะโดนเผาผลาญเป็นพลังงานไปหมด)

2.ใช้ยาลดความอ้วน – ยาลดความอ้วนจะไปกดระบบประสาทเกี่ยวกับเรื่องความหิว ทำให้เราไม่อยากทานอาหาร และเมื่อเราไม่ทานอาหาร ก็มีผลเหมือนกับการอดอาหารตามที่เขียนมาข้างบน คือ มันจะจบลงด้วยการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (ก็คือน้ำหนักลดในช่วงแรกๆ) และผลกระทบข้างเคียงคือ คุณจะมีอาการโรคประสาท บางคนก็ถึงขั้นเสียชีวิต ตามข่าวที่คุณเคยอ่านบ่อยๆ

3.ใช้ “พละกำลัง” ไปละลายไขมันโดยตรง – ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งในชีวิตของคุณเลยทีเดียว (ขออภัยนะครับที่ต้องพูดตรงๆ) คือผมไมเถียงหรอกว่า การใช้พละกำลัง เช่นการวิ่งบนสายพาน ,กระโดดเชือก ,ปั่นจักรยานอยู่กับที่นั้น มันลดไขมันได้จริง แต่อยากให้คุณทำความเข้าใจคำว่า “พละกำลัง” ในที่นี้ก่อน คืออธิบายได้ดังนี้

3.1 การปั่นจักรยานอยู่กับที่ ต้องใช้พละกำลัง

3.2 ซึ่งไอ้เจ้าพละกำลังที่ว่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากการดึงออกซิเจนในอากาศมาใช้ (เขาถึงเรียกการออกกำลังแบบนี้ แอโรบิค คือหมายถึงการดึงออกซิเจนมาใช้ ) แต่ว่าเมื่อทำติดต่อกันนานๆเช่น 20 นาที มันจะเริ่มไปเอาไขมันหรือไกลโคเจนตามส่วนต่างๆของร่างกาย มาเผาผลาญเป็นพลังงานกันแล้ว (ดูตรงนี้ อาจจะคิดว่ามันดี เพราะไขมันในร่างกายจะได้น้อยลง)

ถ้าพิจารณาเพียงแค่ข้อ 3.1 และ 3.2 คุณก็อาจเห็นว่าวิธีนี้ถูกต้อง (คือใช้พละกำลังไปละลายไขมันโดยตรง) แต่ว่า คุณเคยพิจารณาเรื่องพวกนี้ไหมครับ

เบื่อไหม? – ต้องปั่นจักรยาน หรือเดินบนสายพานติดต่อกันเป็นครึ่งชั่วโมง ทั้งๆที่มันมีวิธีอื่นที่ง่ายกว่า (ตามที่จะอธิบายในหัวข้อต่อไป ในตารางสีเขียวอ่อนข้างล่าง)

ประสาทและสมองเบลอจากหลักการ “ใช้ให้มากกว่าที่คุณกินเข้าไป” – อันนี้ก็เป็นเรื่องความโง่อีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน คุณต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อคุณละลายไขมันด้วยการใช้พละกำลัง (คือปั่นจักรยานอยู่กับที่ ฯลฯ) ร่างกายก็จะเริ่มปรับสมดุลใหม่อีกครั้ง (ร่างกายเสียสมดุล เพราะไขมันมันหายไปจำนวนหนึ่ง) ซึ่งวิธีปรับสมดุลที่ว่านี้ ก็คือ เมื่อคุณทานอาหารมื้อเย็น ร่างกายก็จะเก็บส่วนหนึ่งในรูปแบบไกลโคเจน หรือไขมันนั่นเอง เอาไปชดเชยไขมันส่วนที่มันหายไป (จากการปั่นจักรยานของคุณ)

คราวนี้ ไอ้พวกที่คิดว่าตัวเองฉลาด ก็เลยไปแก้ที่ปลายเหตุ คือ ดันให้คุณลดอาหารการกินในมื้อเย็นลง เพื่อไม่ให้ร่างกายเอาไขมันจากมื้อเย็นนั้น ไปชดเชยไขมันที่หายไปจากการปั่นจักรยาน

แต่ร่างกายมันฉลาดกว่านั้น คือ เมื่อร่างกายไม่สามารถเอาไขมันจากมื้อเย็นได้ มันก็รอไปเอาไขมันจากมื้อเช้าของวันถัดไปก็ได้

ไอ้พวกที่คิดว่าตัวเองฉลาดก็เลยสรุปออกมาเลยว่า “ใช้ให้มากกว่าที่คุณกินเข้าไป” คือบังคับให้คุณกินน้อยๆไปตลอดชีวิต ว่างั้นเถอะ

ผลก็คือ พอคุณกินน้อยลง มันก็จะเกิดอาการ Starvation Mode แบบที่ผมอธิบายมาข้างต้นนั้นไงครับวิธีลดไขมัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *