หนังตาตก (Ptosis) เป็นภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ

แก้หนังตาตก อาจตกลงมาเพียงเล็กน้อยไปจนถึงตกลงมาจนปิดรูม่านตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ในบางรายอาจเพียงแค่ทำให้รูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงไปแต่ไม่ส่งผลต่อการมองเห็นหนังตาตกเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ทั้งเด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้ใหญ่ และยังเกิดขึ้นได้กับตาทีละข้างหรือพร้อมกัน 2 ข้าง นอกจากนั้น หนังตาตกอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะที่รุนแรงบางอย่างซึ่งส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ ประสาท สมองหรือเบ้าตา โดยเฉพาะหากเกิดเป็นเวลานาน

แก้หนังตาตก

อย่างไรก็ตาม หนังตาตกเป็นภาวะที่รักษาได้หรือชะลออาการไม่ให้แย่ลงได้  แก้หนังตาตก  โดยจะใช้การรักษาที่ช่วยให้การมองเห็นกลับมาเป็นปกติหรือช่วยให้รูปลักษณ์ของเปลือกตากลับมาเป็นปกติ

อาการหนังตาตก

อาการสำคัญที่ปรากฎเมื่อเกิดภาวะหนังตาตก มีดังนี้

เปลือกตาบนตกลงมาต่ำกว่าปกติ อาจเกิดทีละข้างหรือพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง
หนังตาตกไม่ทำให้เจ็บปวด แต่อาจทำให้การมองเห็นลดลง
บางรายอาจต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน หรืออาจทำให้ต้องโก่งคิ้วขึ้นเพื่อช่วยยกหนังตา ซึ่งภาวะเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อศีรษะและคอในระยะยาว ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะและทำให้ตาดำไม่อยู่ในแนวปกติ
ลองสังเกตอาการของตนเองได้จากการมองตรงในกระจกไปที่ดวงตาของตนเอง หากหนังตาปกติจะมองเห็นรูม่านตาได้ชัดเจนและมองเห็นตาดำได้ทั้งหมด แต่หากหนังตาตกจะทำให้มองเห็นดวงตาเล็กกว่าปกติ
หากเป็นหนังตาตกที่ไม่ซับซ้อนหรือไม่รุนแรง อาจพบว่าไม่ส่งผลให้เกิดอาการใด ๆ แต่หากเกิดจากโรคที่มีความรุนแรงก็อาจพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอมจี (Myasthenia gravis) อาจทำให้เกิดอาการมองเห็นภาพซ้อน แขนหรือขาอ่อนแรง พูด หายใจหรือกลืนลำบาก
หากหนังตาตกเกิดขึ้นกับเด็ก อาจทำให้เกิดโรคตาขี้เกียจ (Amblyopia)) ถ้าหนังตาตกลงมาปิดมาก อาจปิดกั้นการมองเห็นหรือทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด
หากหนังตาตกตั้งแต่แรกเกิด อาจพบว่าเด็กตาเหล่ หรือมีความผิดปกติจนส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของดวงตาหรือการเคลื่อนไหวของดวงตา
หนังตาตกที่มีสาเหตุจากภาวะฮอร์เนอร์ (Horner’s Syndrome) อาจทำให้รูม่านตาข้างที่มีหนังตาตกเล็กกว่าปกติ และอาจทำให้ใบหน้าซีกที่หนังตาตกสูญเสียความสามารถในการขับเหงื่อ
เมื่อใดที่ควรพบแพทย์
หากพบว่ามีอาการต่อไปนี้ควรไปพบแพทย์ทันที

มีอาการหนังตาตกกะทันหัน โดยเกิดขึ้นเป็นเวลา 2-3 วัน หรือ 2-3 ชั่วโมง
ปวดศีรษะรุนแรง เห็นภาพซ้อน กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง แขนหรือขาอ่อนแรง พูดหรือกลืนลำบาก
ตาอักเสบ รวมไปถึงมีอาการดังนี้ ตาแดงและเจ็บ เป็นไข้ ตาปูดออก หรือกลอกตาลำบาก
สาเหตุของหนังตาตก
หนังตาตสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยอาจมีสาเหตุดังต่อนี้

หนังตาตกในเด็กแรกเกิด (Congenital Ptosis) อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อที่หนังตาผิดปกติมาแต่กำเนิด โดยประมาณ 70 เปอร์เซนต์ มักจะเกิดผลกระทบต่อดวงตาเพียงข้างเดียว
อาจเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาจะอ่อนแอลง และอาจทำให้หนังตาตกได้ในที่สุด
เกิดจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัดรักษาที่เกี่ยวกับดวงตา เช่น การทำเลสิก (Lasik) หรือการผ่าตัดต้อ ซึ่งอาจทำให้หนังตาขยายออก รวมไปถึงเนื้องอกที่ตาก็อาจทำให้หนังตาตกได้
หนังตาตกเป็นอาการหนึ่งที่พบบ่อยจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) ซึ่งนอกจากจะทำให้หนังตาตกหรือกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวอ่อนแรง ยังทำให้กล้ามเนื้อบริเวณอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อใบหน้า แขน และขา มีอาการอ่อนแรงได้เช่นกันแก้หนังตาตก

[SR]ฉีดเติมหน้าผาก ด้วยไขมันตัวเอง

ฉีดไขมัน สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกท่าน ยังจำ เธคกันได้หรือป่าวครับ วันนี้เธคจะมาพูดถึงและรีวิว

การฉีดหน้าผากด้วยไขมันตัวเองกันนะครับ

เดิมทีเนี้ยหน้าผากของเธคไม่ค่อยสวยเท่าไร มันบุ๋มๆ และลาดช้น เป็นสันคิ้วชัดเลยทำให้หน้าดูแข็งๆและดุๆ

หน่อยนะครับถ่ายรูปมุมข้างก็จะไม่ค่อยเป๊ะเท่าไร เลยจัดการปัญหาในการเติมไขมัน

จิงๆแล้วการศัลยกรรมหน้าผากมีอยู่ 2 วิธี

ฉีดไขมัน

วิธีแรกเนี้ย คือการเสริมหน้าผากด้วยชิ้นซิลิโคน  ฉีดไขมัน ที่คลีนิกนี้ เค้าเสริมหน้าผากแบบชิ้นซิลิโคนหลอมเคสต่อเคส

เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ Volume สูงปริมาณมากๆ และมีเวลาพักฟื้น

เพราะการเสริมหน้าผากด้วยชิ้นซิลิโคนหลอมเคสต่อเคส ต้องทำใน รพ และดมยาสลบ

และต่อสายเดรน พักฟื้น 1 คืน มีแผลในผม พักฟื้นประมาณ 1 อาทิตย์ และตัดไหม 14 วัน

จริงแล้วเหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการรุปทรงแบบนั้น แบบนี้ อะไรประมาณนั้น

ส่วนวิธีที่2 คือการฉีดครับ การฉีดเนี้ยมันจะช่วยได้ในเรื่องการเติมเต็ม จะไม่ค่อยได้ในเรื่อง volume

สักเท่าไร และก็จะไม่ได้รูปทรงอย่างที่เราต้องการ และการควบคุมรูปทรง จะยาก

เวลาไม่ชอบใจก็ไม่สามารถเอาออกมาเพื่อให้กลับไปเป็นแบบเดิมได้

เพราะฉะนั้น เพื่อนๆ ต้องลองทบทวนกันให้ดีๆ นะครับก่อนทำศัลยกรรม //การฉีดหน้าผากก็มีแยกไปอีก 2 แบบ

แบบที่ 1 คือการฉีด ด้วยสารเติมเต็ม ที่เรียกว่า ฟิลเลอร์ นะครับ เจ้าตัวฟิลเลอร์ ก็มีหลายแบบ

หลายชนิดนะครับ การฉีดฟิลเลอร์ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีของมันคือสลายได้

แต่ข้อเสียของมันคือมีสิทธ์ไหลได้ ครับ และค่าใช้จ่าย ตกต่อละ CC ก็ค่อนข้างสูง (ถ้าเป็นยี่ห้อดีๆ)

แบบที่ 2 คือการฉีด ด้วยไขมันตัวเอง หรือ Fat stamcall (ซึ่งเป็นวิธีที่เธคเลือกใช้ 55+)

การฉีดแบบนี้คือ การดึงไขมันตัว จากบริเวณ หน้าท้อง ,ต้นขาด้านนอก,และต้นข้างด้านใน

จากบริเวณใด บริเวณหนึ่ง หรือถ้าคนผอมมาก อาจจะต้องดึงมาจากหลายบริเวณ หน่อยนะครับ ส่วนของเธคเนี้ย

หมอเลือกไขมันจากต้นขาด้านใน นะครับ เพราะเป็นส่วนที่มีไขมัน เยอะที่สุด และก็เจ็บน้อยสุด ถ้าเป็นบริเวณ

หน้าท้องจะเจ็บเยอะหน่อยออกแนวจุกๆ อ่าครับ เธคเลยเลือก จากบริเวณ นี้ ดีกว่า ตอนที่ทำนะครับ

ถามว่าเจ็บไหม? ก็ตอบตามตรง ว่าเจ็บครับ ถ้าไม่เจ็บเลยเนี้ยคงจะโกหกเกินไป

แต่มันเจ็บแบบเราอดทนได้ ไม่ได้ มากมายอะไร ขนาดนั้น ตอนแรก นะครับหมอจะ

ฉีดยาชา ที่ บริเวณที่หมอจะ ดูดออกนะครับแล้ว นำเข็ม ที่ต่อสายน้ำเกลือผสมกับยาชา สอดเข้าไปใน

บริเวณชั้นไขมันของเรา ขั้นตอนนี้และครับ ที่เจ็บที่สุดแล้ว คุณหมอก็จะค่อยๆสอดเข็ม

หรือ แทงไป เรื่อยๆ เพื่อให้ น้ำเกลือที่ผสมยาชา กระจายออกไป มาที่สุด

เพราะตอนที่คุณหมอดุดไขมันออกมาจะได้ไม่เจ็บ หลังจากคุณหมอฉีดน้ำเกลือที่ผสมยาชาเสร็จแล้ว

ก็จะรอประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้ยาชา ออกฤทธิ์ ทำงานเราจะได้ไม่เจ็บ ครับ

พอยาชาออกฤทธิ์แล้ว คุณหมอจะเอาเครื่องมือในการดูด ค่อยๆ กระทุ้งไปเรื่อย เพื่อเอาไขมันออกมา

ตอนนี้ไม่เจ็บ นะครับ แต่จะเสียวๆ มากว่าครับ คงเป็นเพราะเธคกลัว 5555+

พอเอาไขมันมาเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการปั่นแยกชั้นไขมันนะครับ เพื่อเอาแต่ไขมันดีมาฉีดนะครับ

มันจะได้อยู่กับเรา นานๆ และติดได้ผลนะครับ ขั้นตอนนี้ สำคัญมากครับ ถ้าดูดออกมาแล้วไม่แยกไขมันดีมาฉีด

จะทำให้ การฉีด ครั้งนั้นไม่ได้ผล และเราจะเจ็บตัวฟรีครับ 555+ฉีดไขมัน

เสียน้ำตามาหลายครั้ง แก้จมูกครั้งที่ 4 ขอฝากตัวไว้ที่ SLC

รีวิวแก้จมูก “หลังจากที่ได้ศึกษามา 1 ปีเต็ม ดูว่าเทคนิคไหนจะเหมาะกับทรงจมูกเรา และ ให้เราได้ทรงจมูกที่ต้องการ คุณหมอก็น่ารักมากนะคะ แอ๋มจะเป็นพวกจิตตก เวลาแผลยังไม่หาย หรือ ยังไม่เข้าที่ก็งอแงตลอด แต่ที่นี่เค้าให้คำปรึกษา และ รับมือกับคนงอแงอย่างแอ๋มได้ 55555 แอ๋มเริ่มจากติดต่อผ่านเซลล์ นัดปรึกษากับคุณหมอก่อน แอ๋มถามเยอะมากมายเลยค่ะ คุณหมอก็ใจเย็นตอบหมดทุกคำถาม และ ยังวาดรูปโครงสร้างจมูกที่จะเสริมให้ดู

รีวิวแก้จมูก

ให้เราได้รู้ และ ให้ตัดสินใจเอง ว่าควรทำแบบไหน รีวิวแก้จมูก ทั้งเทคนิคต่างๆ และ ซิลิโคนเสริมจมูกชนิดต่างๆ พูดถึงความแตกต่างว่าเทคนิคแบบไหน แตกต่างกันอย่างไร เราก็สบายใจ และ หมอเข้าใจปัญหาของจมูกก่อนแก้ได้ดีว่าเป็นยังไงเลยตัดสินใจทำที่ SLC ในการทำจมูกครั้งที่ 4 แอ๋มได้ทำจมูกแบบเทคนิคปิดนะคะ ด้วยซิลิโคนเหลาค่ะ”“จากนั้นทำนัดวันทำ และ ในวันที่ทำก็คุยกับคุณหมออีกรอบก่อนขึ้นเขียงเรื่องทรงจมูกให้เข้าใจตรงกัน จากนั้นเปลี่ยนชุด คลีนหน้า ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ และ เซ็นใบยอมรับการผ่าตัดค่ะ สำคัญมากนะคะ การศัลยกรรมจะต้องมีการยินยอมรับการผ่าตัด ซึ่งจะเป็นการรองรับความปลอดภัยของตัวเราด้วยค่ะจากนั้นพยาบาลผู้ช่วยก็จะทำการฆ่าเชื้อที่ใบหน้า และ จมูก จากนั้นคุณหมอก็เริ่มทำการฉีดยาชา บอกเลยวว่าเจ็บแค่เข็มแรกเข็มเดียวเท่านั้น และ คุณหมอก็เอาซิลิโคนเก่าออก และ เริ่มเหลาซิลิโคนอันใหม่ ระหว่างทำคุณหมอจะคุยตลอด บอกตลอด ทำให้เราสบายใจ พอเสร็จแล้ว คุณหมอก็จะให้ส่องกระจก และ เปะพาสเตอร์เพื่อลดการคลั่งของเลือด ซึ่งคุณหมอก็แนะนำให้แปะไว้ 2 – 3 วันค่ะ”“ภาพนี้หลังทำเสร็จ พึ่งออกจากห้องผ่าตัดเลยค่ะ จากนั้นพยาบาลผู้ช่วยได้เอาเจลเย็นมาให้ประคบ ให้ถุงยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมอุปกรณ์ล้างแผล และ ให้คำแนะนำการดูแลต่างๆ นัดมาดูไหมอีก 2 อาทิตย์ (ทำแผลด้วยไหมละลายนะคะ) จากนั้นก็เปลี่ยนชุดกลับบ้าน”“สิ่งที่เตรียมใจไว้มาถึงแล้ว!! เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ คิดว่าจะต้องปวดมากแน่ๆ เลย แต่พอยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ แอ๋มกลับรู้สึกไม่ค่อยปวด ไม่เจ็บมากเหมือนที่เคยทำมา แค่ทานยาตามที่คุณหมอบอกค่ะ”สบายใจขึ้นเยอะ ได้ทรงจมูกที่ต้องการแล้ว
“การดูแลตัวเองหลังจากทำจมูกในครั้งนี้ ก็แค่ทำตามคำแนะนำของคุณหมอทุกอย่าง ทั้งการล้างแผล ประคบเย็น ประคบร้อน ตามลำดับที่คุณหมอแนะนำ ถือว่าบวมน้อยกว่าที่เคยทำมากๆนะคะ ไม่ช้ำ ผ่านไป 1 อาทิตย์ ก็หายแล้ว แต่จมูกแอ๋มใช้เวลาเข้าที่จริงๆ ประมาณ 3 เดือนค่ะ และ ปกติแอ๋มจะรีวิวแต่งหน้า เครื่องสำอางค์อยู่บ่อยๆ รู้สึกว่าพอจมูกเข้าที่แล้วดูแต่งหน้าสวยขึ้น ไม่ต้องไลท์ดั้งให้จมูกเล็กเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สบายใจขึ้นเยอะเลย และ ยังได้ทรงจมูกที่แอ๋มต้องการด้วย”รีวิวแก้จมูก

โรงพยาบาลศัลยกรรม ไอดี “ศัลยกรรมขากรรไกร VS ศัลยกรรมโครงหน้า” แค่ทำแล้วหน้าจะเล็กลงจริงหรือ?

ศัลยกรรมไอดี ศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้านั้น เป็นศัลยกรรมที่ทุกคนทราบกันดีว่าช่วยในการลดขนาดของหน้าให้เล็กลง ปรับกรามที่ไม่สบกันให้เข้าที่ เหลาใบหน้าที่เหลี่ยม ให้เรียบเรียว และได้ผลลัพธ์ของกระดูกที่เล็กลง ก็คือใบหน้าที่เล็ก
ด้วยเหตุนี้ทำให้มีคนตัดสินใจที่จะทำศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้า เข้ามาสอบถามอย่างมากมาย แต่เห็นได้ว่าส่วนใหญ่ล้วนไม่รู้ถึงเป้าหมายของการทำศัลยกรรมทั้งสองแบบอย่างชัดเจน

ศัลยกรรมไอดี

ศัลยแพทย์ ปาร์คซังฮุน(แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม) แห่งแผนกศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลไอดี ได้กล่าวว่า “ศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้านั้น ที่ดูเหมือนเป็นการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามนั้น ยังมีด้านที่ต่างคือเป้าหมายเพื่อการแก้ไขทางด้านสมรรถภาพการใช้งานด้วย” และอธิบายว่า “  ศัลยกรรมไอดี   ต้องทำความเข้าใจปัญหาของใบหน้าแต่ละจุดและเลือกวิธีศัลยกรรมที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ทั้งทางด้านความสวยงาม และการแก้ไขทางด้านสมรรถภาพการใช้งาน ในเวลาเดียวกัน”
การศัลยกรรมกระดูกใบหน้านั้น จะต้องดูรูปทรงของกระดูก, ความหนา, ความใหญ่ และการสบกันของฟัน จึงจะตัดสินใจทำการศัลยกรรมได้ การศัลยกรรมแต่ละแบบนั้นจะมีความยากอยู่ ซึ่งคนมักเข้าใจว่าหากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเลือกศัลยกรรมขากรรไกร, หากต้องการผลลัพธ์ก่อนหลังศัลยกรรมแตกต่างกันไม่มาก แต่ต้องการระยะเวลาพักฟื้นที่รวดเร็ว จะเลือกศัลยกรรมโครงหน้า ซึ่งพบว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจทำศัลยกรรมนั้น จะต้องคำนึงถึงโครงสร้างของกระดูกเป็นอันดับแรก
การตัดสินใจเลือกการศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้านั้น หลักเกณฑ์สำคัญที่สุดก็คือ การสบกันของฟัน และ คางเหลี่ยมหรือ ใบหน้าที่ไม่สมมาตร ฯ หากมีปัญหาเรื่องฟันที่ไม่สบกัน จะเหมาะกับศัลยกรรมขากรรไกร แต่หากไม่มีปัญหาการสบกันของฟัน หรือ อยากแก้ไขรูปร่างของกระดูก การศัลยกรรมโครงหน้าจึงจะเหมาะสม
และล่าสุดด้วยการวิจัยที่ไม่มีสิ้นสุด ได้มีการพัฒนาวิธีศัลยกรรมใหม่ๆที่หลากหลาย ทั้งศัลยกรรม No-tied, ศัลยกรรมขากรรไกรก่อนการดัดฟัน สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเรื่องระยะเวลารักษาและการระยะเวลาการจัดฟัน
ด้วยการพัฒนา ศัลยกรรมโครงหน้าก็แบ่งเป็นศัลยกรรมประเภทต่างๆ เช่น ศัลยกรรมกราม , ศัลยกรรมโหนกแก้ม แบบ High-L, เป็นศัลยกรรมที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ใบหน้า V-line ซึ่งไม่เพียงแต่จะพัฒนาวิธีศัลยกรรมที่ได้ผลลัพธ์ด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงปัญหาด้านการใช้งานด้วย
ศัลยแพทย์ ปาร์คซังฮุนเสนอว่า “ด้วยปัญหาการตัดสินใจเลือกวิธีศัลยกรรมจะต้องเป็นไปตามการตรวจวินิจฉัย, ดังนั้นจะต้องอาศัยเครื่องมือตรวจที่ทันสมัยเพื่อแยกโครงสร้างของใบหน้าอย่างละเอียด และต้องอาศัยความร่วมมือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แผนกศัลยกรรมตกแต่ง-แผนกทัตกรรม-แผนกศัลยกรรมช่องปาก เพื่อการแก้ไขปัญหาทั้งด้านสมรรถภาพการใช้งานและรักษาระดับความพอใจในการศัลยกรรมได้ในเวลาเดียวกัน”
อีกด้านหนึ่ง ที่สถานีชินซา ได้มีการเปิด “Asian Beauty Center(ABC)” ขึ้น โดยโรงพยาบาลไอดี ที่ได้รับความไว้วางใจด้านความปลอดภัยของการศัลยกรรมขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้า และอื่นๆ ด้วยการศัลยกรรมกระดูกที่เป็นมือหนึ่ง เทคนิคและการค้นคว้าวิจัย ที่ได้รับการยอมรับและด้วยเครื่องมือในการรักษา 3D-CT, V-CEPH, การตรวจความเจริญเติบโตของกระดูก, การตรวจความหนาแน่ของมวลกระดูก(BMD) และอีกกว่า 50ชนิด ของ “การตรวจเพื่อศัลยกรรมที่ปลอดภัย” ในฐานะ “ศูนย์ตรวจเช็คการศัลยกรรมที่ครอบคลุม”ศัลยกรรมไอดี

[Jewelry’s GURU]ขึ้นแท่นเรียบร้อยค่ะ กับการจัดอันดับ Plastic Desginer ปี 2015 ของประเทศเกาหลี

ศัลยกรรมจิวเวลรี่ ตามที่คาดค่ะคุณ Yeo (Chief Plastic Designer ของจิวเวลรี่)ติดอันดับ 1 ใน 10 ของการจัดอันดับเป็นที่เรียบร้อยค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่า Plastic Desginer คืออะไร ? มีคำตอบค่ะ เคยสงสัยหรือไม่ค่ะว่าปกติการเดินดุ่มๆ เข้าไปให้ศัลยแพทย์แล้วบอกให้เอาตรงนี้ขึ้นตรงนี้ออก ผ่าเปิดนู้นนี่ ต่างๆนาๆ. . . คุณเชื่อใน “taste” หรือรสนิยมของคุณหมออย่างนั้นได้จริงๆเหรอ?? หรือคุณมั่นใจในความต้องการของตัวเองจริงๆหรือไม่??

ศัลยกรรมจิวเวลรี่

ลองย้อนกลับมาถามตัวเองดู ซึ่งพอลองคิดๆดูแล้ว คุณหมอหรือศัลยแพทย์น่ะเป็นบุคลากรที่มีฝีมือในการผ่าค่ะ  ศัลยกรรมจิวเวลรี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมี “taste” หรือคำนึงถึงความเป็นลูกผู้หญิงและเข้าอกเข้าใจคุณ และผู้หญิงทั่วไปซะหมดทีเดียว(ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเดียวนะคะ ผู้ชายก็เช่นเดียวกัน) อ่าวและจะทำอย่างไรล่ะ??? ตรงนี้แหละค่ะเป็นที่มาหรือเป็นหน้าที่ของ Plastic Designer ที่จะต้องออกแบบสร้างอุดมคติของใบหน้าขึ้นมา ถ้าเปรียบศัลยกรรมเหมือนการเดินเรือ Plastic Designer ก็เปรียบเสมือนเข็มทิศ ให้กับศัลยแพทย์คุมหางเสือให้ไปถึงจุดหมาย ค่ะ . . . . เริ่มเห็นภาพขึ้นมามั้ยค่ะ ไม่ใช่แค่นั้น สิ่งที่สำคัญตามต่อมา คือความสำเร็จของคนไข้ ก็ขึ้นอยู่กับ Plastic designer เกินกว่าครึ่งค่ะ และเคยสังเกตุหรือไม่ค่ะว่า ทั้งการแต่งตัว หรือบุคลิก และหน้าตา ของ Plastic designer นี้แหละที่เป็นตัวบ่งชี้ถึง คำว่า “Taste” ของรพ. กระทั่งหน้าตาของตัวเองยังไม่สามารถทำให้ดีได้แล้วละก็คงจะชี้นำคนไข้หรือใครได้ยากค่ะ เคยได้ยินแพทย์อย่าง ดร.ชินหรือคุณ Yeoพูดกับคนไข้บ่อยๆว่า “คุณต้องการแบบนั้นจริงๆเหรอ มันเป็นการศัลยกรรมที่ดู ราคาถูกน่ะแบบนั้น ” เป็นการช่วยเซ็นเซอร์ให้ก่อนหนึ่งรอบเพื่อให้คนไข้ได้มั่นใจและสบายใจกับการตัดสินใจของตัวเองมากขึ้นค่ะ และแน่นอนว่าท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้นั่นเอง

ขออนุญาติ ยกตัวอย่างประสบการณ์ของตัวเองนำมาหยิบยกมาเป็นความรู้มาแชร์กันค่ะ ดิชั้นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความต้องการของตัวเองในการทำศัลยกรรม ซึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว(ก่อนที่จะได้มาเป็น พนักงานของจิวเวลรี่นะคะ)ก็ได้คุณ Yeo ช่วยเอาไว้ ในเรื่องของชั้นตาค่ะ ดิชั้นต้องการจะทำมากคิดว่าจำอกจำเป็นต่อตัวดิชั้นมาก . . . แต่คุณ Yeo ยืนยันที่จะไม่ทำให้ค่ะ ซึ่งทางเธอแนะนำให้เปิดหางตา หรือทำจุดอื่นไปแทน ณ ตอนนั้นดิชั้นนึกโมโหในใจ แต่เมื่อ ผลลัพธ์ ออกมาดิชั้น ก็นึกเข้าใจว่า การที่ทางคุณ Yeo ไม่ได้ยัดออร์เดอร์ให้ลูกค้า หรือคำนึงถึงผลลัพธ์ไม่ใช่แต่เรื่องเงินทองที่จะเข้า รพ. ทำให้ดิชั้นประทับใจค่ะ ถึงเป็นที่มาของการออกแบบหน้าตากันแบบ 1 : 1 (ไว้ใครที่อยากเห็นการตัดสินใจของคุณเธอคนนี้ว่าถูกต้องหรือไม่หรือมี”taste” จริงหรือไม่สามารถมาดูที่ดวงตาดิชั้นที่สำนักงานดูแลลูกค้าอโศกหรือสอบถามจากลูกค้าคนไทยท่านอื่นๆได้ค่ะ ) ซึ่งสำหรับเธอคนนี้ ตอนนี้คุณ Yeo ก็เป็นพี่สาวที่แสนดีของดิชั้นและก็เป็นหัวหน้าของดิชั้นโดยตรงด้วยค่ะค่ะ
ทางรพ.จิวเวลรี่ มี Plastic Designer อยู่ 6 ท่านประจำอยู่ที่รพ. และประจำตามสาขาดูแลลูกค้าต่างประเทศกระจายออกไป สาขาละคนคะ (ดิชั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ประจำสาขาเมืองไทยคะ)และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คุณYeo ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า (Chief Plastic Designer ) คอยดูแลลูกค้าสาขาเมืองไทยอีกที เพราะฉะนั้นลูกค้าเมืองไทยไม่ต้องห่วงค่ะ ได้เจอะเจอกับเธอแน่นอน ลูกค้าหลายท่านที่เคยทำศัลยกรรมกับจิวเวลรี่ไปแล้วก็คงทราบถึงความสามารถและความงามของเธอคนนี้กันไปแล้ว ขอเป็นตัวแทนของทุกๆคนในการแสดงความยินดีต่อ คุณ Yeo ของเราค่ะ คงจะได้ยินข่าวดีการขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจาก เธอคนนี้ในไม่ช้านะคะ ^^ศัลยกรรมจิวเวลรี่

Grand Plastic Surgery เป็นสถาบันศัลยกรรมพลาสติกแห่งเดียวในประเทศเกาหลี

โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี ที่ประกอบด้วยคลินิกเฉพาะทาง 5 แห่ง และศูนย์ศัลยกรรมพลาสติกอีก 4 แห่ง อาทิศัลยกรรมด้านดวงตาโดยแก้ไขรูปทรงของดวงตาหรือเปลือกตา และคลินิกศัลยกรรมปรับแต่งรูปทรงจมูกรวมถึงปัญหาการแก้ไขจมูกสั้น แบน เอียงโดยวัสดุที่มีคุณภาพ ที่นี่ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในหลายๆด้าน จนกระทั่งถูกยกย่องให้เป็นสถาบันชั้นนำในเกาหลีที่มีระบบการรักษาและทีมแพทย์ที่ดีเลิศ

โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี

นายแพทย์ ริว ซาง วุค (Ryu Sang Wook) แพทย์ผู้เชี่ยวญาณด้านศัลยกรรมของ Grand Plastic Surgery ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์พิเศษด้านศัลยกรรมพลาสติก โรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี ที่ Samsung Medical Center และเป็นสมาชิกสมาคมศัลยกรรมในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งเกาหลี ยุโรป และ อเมริกาโดยมีผลงานด้านการศัลยกรรมมากมายซึ่งถูกยอมรับในวงกว้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการบันเทิงที่ประเทศเกาหลี

ที่สถานเสริมความงามแห่งนี้ โดดเด่นเรื่องการศัลยกรรมโครงหน้า ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ผู้ที่มีรูปทรงหน้าเหลี่ยมโหนกแก้มใหญ่ กรามใหญ่ และผู้ที่มีลักษณะของปากยื่นออกมาผิดปกติ รวมถึงการจัดแต่งรูปของขากรรไกรด้านล่างและบน ซึ่งยึดหลักความปลอดภัย ความถูกต้อง แม่นยำของขั้นตอนและกระบวนการรักษา เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้เข้ารับบริการโดยนำเทคโนโลยีทีทันสมัยมาใช้ เช่น เครื่อง 3D-CT ใช้สังเคราะห์รูปทรงกระดูกบนใบหน้า เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกขั้นตอนการรักษาที่เหมาะสม

image084
นอกจากใบหน้า ตาและจมูกยังเป็นอีก 2 ส่วนสำคัญซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น โดยจะมุ่งเน้นการทำศัลยกรรมที่ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถคงอยู่ได้ระยะยาว เพื่อตอบสนองความพึงพอใจที่สูงสุดแก่ผู้เข้ารับบริการ นอกจากการทำตา 2 ชั้น ยังมีการแก้ไขการปรับรูปตา หรือหนังตาหย่อน ตาตก การทำจมูก รวมไปถึงการแก้ไขจมูก ซึ่งมีวิธีให้ผู้ที่เข้ามารับบริการ ได้เลือกหลายวิธีตามความพึงพอใจและความเหมาะสม เช่น การเลือกใช้ซิลิโคน( Silicone Implant Rhinoplasty) กระดูกส่วนซี่โครง( Costal Cartilage Rhinoplasty) หรือเกอร์เทค (Gore-Tex Rhinoplasty)

หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น ผู้เข้ารับบริการจะถูกส่งตัวไปยังห้องพักฟื้นและมีพยาบาลดูแลอย่าใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีห้องบำบัดให้บริการหลังการรักษา โดยแพทย์จะแนะนำขั้นตอนการดูแลพักฟื้นหลังการผ่าตัด เพื่อการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วโรงพยาบาลแกรนด์เกาหลี

ตามมาดูราคา ว่า หากอยาก หน้าเรียว ต้องจ่าย เท่าไหร่

อยากหน้าเรียว เมื่อกระแสเกาหลีมาแรงอย่างในปัจจุบัน เชื่อว่าคงมีสาวๆ ไทยหลายคนที่อยากจะมีใบหน้าที่เรียวสวยเหมือนกับดาราเกาหลีที่ตัวเองชื่นชอบ ด้วยความต้องการนี้เอง ที่ทำให้ธุรกิจเสริมความงามต่างๆ นำเสนอวิธีการมากมายที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ เรียวสวย ตั้งแต่ราคาที่แสนถูก ไปจนถึงราคามหาแพง ซึ่งคงไม่สามารถแนะนำได้ว่า วิธีการไหนดี หรือคุ้มค่า เพราะมันขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณสาวๆ มากกว่าว่า ต้องการจะเห็นผลที่รวดเร็วในราคาที่แสนแพง หรือเห็นผลช้าๆ ในราคาประหยัด

อยากหน้าเรียว

สำหรับในวันนี้ จะขอพาสาวๆ ไปรู้จักกับวิธีการต่างๆที่จะช่วยทำให้หน้าเรียวขึ้น  อยากหน้าเรียว ว่าวิธีการยอดนิยม ที่ไม่ใช่การทำศัลยกรรมนั้น มีอะไรกันบ้าง..?

1. การผ่าตัดกราม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่เกินไป จนทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วนที่สวยงาม ซึ่งมีราคาค่าใช้จ่ายขั้นต้นอยู่ที่ 55000 บาท ขึ้นไป

2. การฉีดโบท็อก เป็นการฉีดสาร Botox ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ เข้าไปลดกราม เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณครั้งละ 4500 บาท ขึ้นไป และต้องมีการฉีดอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

3. การดึงหน้า เช่น การทำ Ulthera ซึ่งเป็นวิธีการยกกระชับใบหน้า ดึงหน้าและปรับรูปหน้าให้เรียวโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งการใช้วิธีดังกล่าวในการทำให้ใบหน้าเรียว มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ครั้งละมากกว่า 15000 บาท ขึ้นไป

4. การฉีดแก้มหรือเมโสแฟต เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันช่วงแก้มเยอะ หน้ากลมใหญ่ เป็นการฉีดเพื่อช่วยลดไขมันบริเวณแก้มลง ซึ่งจะช่วยปรับใบหน้าให้เล็กลง มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ครั้งละ 1000 บาท และต้องฉีดเป็นประจำทุกสัปดาห์

5. ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง เป็นการแก้ไขหรือเติมเต็มความบกพร่องของผิว โดยการฉีดสาร Hyaluronic acid เพื่อเสริมปริมาณเนื้อบนใบหน้าทำให้หน้าดูเรียวขึ้น มีราคาค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ 4500 บาท ขึ้นไป

6. การร้อยไหมละลาย เป็นการปรับใบหน้าให้เรียวด้วยการร้อยไหมละลายชนิด PDO (Polydioxolane) ซึ่งเป็นเทคนิคจากประเทศเกาหลี เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ค่าไหมราคาเส้นละ 500-2500 บาท โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ไหมจำนวน 10 เส้น ขึ้นไป ซึ่งผลของการรักษาจะอยู่ได้นาน 2-5 ปี

7. การจัดฟันหรือดัดฟัน การจัดฟันสำหรับบางคนทำให้ใบหน้าดูเรียวลงได้ ในทางการแพทย์ไม่แนะนำให้จัดฟันเพื่อต้องการให้หน้าเรียวเล็ก ถ้าหากไม่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันจริงๆ ขอแนะนำให้ใช้วิธีอื่นจะดีกว่า สำหรับราคาค่าใช้จ่ายขั้นต้นก็อยู่ที่ 30000-50000 บาท

8. ครีมหน้าเรียว หรือการทาครีมเพื่อลดไขมันบริเวณหน้า โดยการนวดที่ใบหน้าให้ดูเรียวเล็กลง แต่สามารถเห็นผลได้ช้า ซึ่งในปัจจุบันมีสินค้าจำนวนมากที่มีการโฆษณาสรรพคุณว่าสามารถทำให้ใบหน้าเรียวลงได้ โดยมีราคาที่แตกต่างกันไปถ้าครีมที่เป็นแบรนด์ดังก็มีราคา ตั้งแต่ 1000 บาทขึ้นไป ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อมาใช้

9. ลูกกลิ้งนวดหน้าเรียวของญี่ปุ่น เป็นการนำลูกกลิ้งนวดหน้า มาถูไปมาบริเวณคางและแก้มขึ้นลง เสมือนเป็นการออกกำลังกายเป็นประจำ วันละ 15-30 นาที จะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคาไม่แพงเพียงประมาณอันละ 180 บาท

วิธีทำให้ใบหน้าดูเรียวง่ายๆด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงิน
นอกจากหลากหลายวิธีการที่ทำให้ใบหน้าเรียวลงแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถช่วยทำให้ใบหน้ากลมๆ ของสาวไทยให้ดูเรียวสวยขึ้นได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากการใช้วิธีการที่ไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งมีเทคนิควิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. การนวดหน้าให้เรียว เป็นวิธีการบริหารกล้ามเนื้ออย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

นวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก แล้วค่อยๆนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด ขึ้นลงเบาๆ จนถึงขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง
ใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดเบาๆบริเวณใต้ดวงตา โดยเริ่มตามแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง แล้ววนไปมาเบาๆ 3 ครั้ง
นวดกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปาก ในลักษณะแบบยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วนิ่งเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยลูบลง ทำซ้ำให้ครบ 3 ครั้ง
นวดกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้าง นวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่ตรงบริเวณมุมปาก ในลักษณะยกขึ้น 3 ครั้ง
นวดบริเวณรอบดวงตา ใช้นิ้วนางและนิ้วกลางกดทับผิวบริเวณหัวตาทั้งสองข้างเบาๆ ประมาณ 5 วินาที แล้วลูบผ่านไปที่เปลือกตา ไปกดที่บริเวณขมับ ควรทำเป็นประจำเพื่อผ่อนคลายใบหน้า
2. ใช้เทคนิคการแต่งหน้า โดยการนำเอาบรอนเซอร์ และบลัชออน ที่มีโทนสีชมพูสวยๆ มาช่วยในการแต่งหน้า โดยการนำใช้ในการปัดบลัชออนสีชมพูอมเบจ ซึ่งจะมีสีที่อ่อนกว่าบรอนเซอร์ ที่ลงบริเวณโหนกแก้มของเราด้านบน จากนั้นให้ดูดแก้มเข้าไปจนเกิดเป็นรอยบุ๋ม แล้วทำการปัดบรอนเซอร์ที่มีสีเข้มกว่าลงไปบนแก้ม พร้อมทั้งเกลี่ยทั้งบรอนเซอร์และบลัชออน เพื่อให้ดูกลมกลืนกันมากขึ้น และที่สำคัญต้องระวังอย่าให้เห็นเป็นขอบที่เป็นแนวที่มีความชัดเจนด้วยอยากหน้าเรียว

เลเซอร์รอยสิว เลเซอร์หน้าใส VIPL รักษาได้

เลเซอร์หน้าใส สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ ฝ้า กระ ไม่เว้นแม้แต่รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวทั้งที่ปล่อยให้หายเอง หรือจะจงใจไปแคะ ไปแกะ หรือไปบีบมันออก คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าหน้าใสๆ ของเราจะต้องมีสารพัดมลทินเหล่านี้เกิดขึ้น แค่เพียง 1 หรือ 2 อย่างก็แย่แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าเรามีทุกอย่างเกิดขึ้นบนหน้าสวยๆ ของเราเลย ต้องเรียกว่าเป็นฝันร้ายแน่ๆ คำถามก็คือจะรักษายังไงดี เลเซอร์ รอยสิว ดีไหม หรือจะใช้ทรีทเมนท์ มาฟังกันค่ะ

เลเซอร์หน้าใส

แน่นอนว่าสำหรับคนที่รักสวยรักงามก็ย่อมต้องหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาผิวหน้าที่กล่าวมาข้างต้น  เลเซอร์หน้าใส ตั้งแต่การหาครีมสารพัดมาทา หรือไปนอนนวดหน้าทำหน้าอีกมากมาย หรือบางคนก็เลือกที่จะไปทำเลเซอร์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้กลับมาผิวเนียนใสเหมือนเดิม อยากหน้าใส หน้าใส เลเซอร์หน้าใส

แต่รู้หรือไม่ว่าเลเซอร์เพื่อความงามที่ใช้กันในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับสภาพผิวของเราเสมอไป เพราะเครื่องยิงเลเซอร์เพื่อความงามที่ใช้ในประเทศของเรานั้นส่วนใหญ่จะถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะประเทศทางฝั่งยุโรปหรืออเมริกา และคนที่อยู่ในประเทศเหล่านี้ก็จะมีสภาพผิวที่ “ขาวมาก” เครื่องยิงเลเซอร์ที่มาจากประเทศเหล่านี้จึงมีการผลิตออกมาให้มีค่าของพลังงานที่เหมาะสำหรับสภาพผิวของคนในประเทศของเขาเอง แต่ค่าของพลังงานนั้นถือว่า “แรงเกินไป” สำหรับผิวของคนในแถบเอเชียที่ส่วนใหญ่จะมีผิวออกเหลือง หากนำมาใช้เลยก็เสี่ยงที่ผิวจะเกิดรอยไหม้หรือเป็นอันตรายได้ อยากหน้าใส หน้าใส เลเซอร์หน้าใส อยากหน้าใส หน้าใส เลเซอร์หน้าใส

แทนที่จะได้ “ผิวสวย” กลับจะได้ “ผิวเสีย” มาแทน

วันนี้จึงอยากขอเสนออีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากทำเลเซอร์เพื่อผิวเนียนใส มีความปลอดภัยสูง ตอบโจทย์ความต้องการด้านความเนียนใสให้กับผิวหน้าได้อย่างลงตัว นั่นคือ โปรแกรม “VIPL Laser”

มาทำความเข้าใจกันว่า VIPL Laser คืออะไร??

VIPL Laser เป็นเลเซอร์เพื่อความงามที่ได้รับการพัฒนาจาก IPL ซึ่ง IPL (Intense Pulse Light)นั้นเป็นเลเซอร์เพื่อความงามที่มีความเข้มข้นและความร้อนสูง ช่วงความยาวของคลื่นแสงมีความสั้น เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาวแบบคนยุโรป อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำหรือผิวแบบคนเอเชีย

ส่วน VIPL (V-Intense Pulse Light) เป็นเลเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่องานด้านผิวพรรณและความงามโดยเฉพาะ เพราะมีช่วงความยาวของคลื่นแสงที่ยาวกว่า IPL อีกทั้งมีความเข้มข้นและความร้อนของแสงที่เหมาะสมกว่ามาก จึงเหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวคล้ำและผิวแบบคนเอเชีย

ด้วยการอาศัยหลักการที่ว่า “เซลล์ผิวที่มีสีเข้มจะเข้าจับกับแสงได้มากกว่าเซลล์ผิวที่มีสีอ่อน” ดังนั้นเมื่อยิงเลเซอร์ VIPL ลงไปบริเวณที่เป็นปัญหาบนผิวหน้าแล้ว พลังงานแสงจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีเมลานินในผิวที่มีสีเข้มกว่าบริเวณอื่น อันเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำหรือจุดด่างดำต่างๆ จากนั้นเม็ดสีที่มีสีเข้มเหล่านั้นจะค่อยๆ ทุกทำลายลงไป เหลือเพียงเซลล์ผิวที่มีสีอ่อนกว่า ช่วยให้ผิวหน้าเนียนใส ลดจุดด่างดำและรอยแผลเป็นจากสิว รวมถึงรูขุมขนบนผิวหน้าที่กระชับขึ้น อยากหน้าใส หน้าใส เลเซอร์หน้าใส อยากหน้าใส หน้าใส เลเซอร์หน้าใส

VIPL Laser – เลเซอร์หน้าใส ที่นิติพลคลินิก

คนที่ต้องการทำเลเซอร์เพื่อความงาม โปรแกรม VIPL Laser ที่นิติพลคลินิกสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านความงามให้กับทุกคนอย่างเต็มที่ มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตราย และยังช่วยปรนนิบัติผิวให้ดูอ่อนโยนด้วย

อันดับแรกที่นิติพลคลินิกใส่ใจคือ “ตอบโจทย์ความต้องการด้านความงามให้กับทุกคนอย่างเต็มที่” เพราะโปรแกรม VILP Laser ที่นิติพลคลินิกนั้นเป็นเทคนิคเฉพาะที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไทยที่ส่วนใหญ่เป็นผิวสีออกเหลืองโดยเฉพาะ ช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้เนียนใสดูดีเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปัญหาจุดด่างดำต่างๆ จะลดเลือนลงไป

อันดับต่อมาที่สำคัญมากๆ คือ “มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตราย” เพราะอย่างไรเสียเลเซอร์ที่ยิงใส่ผิวหน้าของเราก็ถือว่ายังมีอันตรายต่อผิวหน้าเรา พอๆ กับประโยชน์ที่ได้รับ

แล้วที่นิติพลคลินิกดึงประโยชน์ของ VIPL Laser มาใช้ และป้องกันอันตรายให้กับผู้รับบริการอย่างไร??

สิ่งแรกที่สำคัญคือ “VIPL Laser ที่นิติพลคลินิก จะต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น” เพราะการยิงเลเซอร์จะต้องพิถิพิถันในทุกขั้นตอน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่จะทำให้เกิดรอยไหม้บนผิวหน้าของผู้รับบริการ และต้องมีประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาผิวหน้าจริงๆ แพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจึงต้องเป็นผู้รับหน้าที่นี้เท่านั้นเลเซอร์หน้าใส

ลบรอยสักด้วยยางมะละกอ

ลบรอยสัก วิธีเหมาะกับรอยสักที่ไม่ลึกมาก โดยนำยางจากก้านมะละกอมาทาบริเวณรอยสัก แล้วใช้เข็มสักสักทับรอยเดิม ยางมะละกอจะทำให้ผิวหนังอ่อนตัวลง และหลุดลอกเป็นแผ่นสักทับรอยเก่า
เป็นการกลบรอยสักเดิม ด้วยการสักทับลงไป โดยเลือกสีที่สักเป็นสีใกล้เคียงกับสีของผิวหนังปกติ วิธีนี้จะช่วยให้ดูกลมกลืนขึ้น

ลบรอยสัก

ลบรอยสักด้วยครีมลบรอยสัก
หลายคนที่กำลังคิดหาวิธีลบรอยสัก มักจะคิดว่าการลบรอยสักนั้น ลบรอยสัก อาจจะเจ็บกว่าการสักลายด้วยซ้ำ ซึ่งความจริงแล้วการหาวิธีมาลบรอยสักด้วยการใช้ครีมลบรอยสักนี้ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครอยากเจ็บตัว เพียงแค่ใช้ครีมทาบริเวณรอยสักทุกๆ วัน และรอจนกว่ารอยสักจะจางลงและหายไป นับเป็นวิธีนี้เจ็บตัวน้อยสุด แต่อาจจะต้องใช้เงินพอสมควร

ลบรอยสักด้วยเลเซอร์
การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน แค่คุณมีเงินก็สามารถเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อลบรอยสักด้วยเลเซอร์ได้แล้ว ซึ่งเป็นการใช้เลเซอร์ยิงบริเวณรอยสัก เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณที่สักซึ่งเป็นลายต่างๆ หลุดลอกออกมา วิธีนี้จะมีความสะดวก รวดเร็ว แม้ราคาอาจจะสูงกว่าวิธีอื่นๆ แต่ก็เห็นผลอย่างชัดเจนและรวดเร็ว ที่สำคัญรอยแผลเป็นที่มาจากการรักษาเลเซอร์ อาจจะไม่มีหรือมีน้อยมาก สถานที่ลบรอยสักที่คนนิยม เช่น โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลรามาธิบดี, สถาบันโรคผิวหนัง

วิธีลบรอยสักคิ้ว ทำอย่างไร?
สำหรับผู้ที่ไปสักคิ้วถาวรมา ทั้งสักคิ้ว 3 มิติ หรือ 6 มิติ แล้วรู้สึกว่าผลงานที่ได้ ไม่ถูกใจเอาเสียเลย วิธีที่แนะนำก็คือ

เลเซอร์ลบรอยสัก เป็นการยิงเลเซอร์เพื่อลบรอยสักส่วนที่ไม่ต้องการออก หากสีคิ้วเข้ม อาจต้องยิงซ้ำหลายๆครั้ง วิธีนี้จะทำได้หลังจากสักคิ้วไปแล้ว 1-2 เดือน
สักทับกลบรอย วิธีนี้จะต้องใช้ข่างที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ ทำการสักทับคิ้วในส่วนที่ไม่ต้องการ โดยใช้สีเนื้อหรือสีใกล้เคียงเพื่อปิดทับรอยสักเดิม เหมาะสำหรับใช้แก้รอยสักในจุดเล็กๆ
ปัจจัยหนึ่งของการลบรอยสักจะยากหรือง่าย ขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างที่สักด้วย หากช่างมืออาชีพอาจสักผิวหนังเข้าไปลึกมากกว่าช่างมือสมัครเล่น ทำให้รอยสักติดทนทาน การลบออกจึงต้องลบให้ถึงผิวชั้นใน ซึ่งต้องใช้เวลาและความอดทนมากเลยทีเดียว

หากเพื่อนๆได้อ่านบทความนี้แล้วจะเห็นได้ว่า การลบรอยสักนั้นไม่ง่ายเลย แต่ละวิธีก็ดูเจ็บปวดซะเหลือเกิน แถมลบได้ ยังต้องมาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นตามมา ถ้าตอนนี้เพื่อนๆยังไม่ได้สัก ก็ลองตัดสินใจให้ดีก่อนนะครับ แต่ถ้าสักไปแล้วเกิดไม่ชอบใจก็ลองนำวิธีดังกล่าวไปใช้เพื่อลบรอยสักกันดูครับลบรอยสัก

ครีมลบรอยแผลเป็น ในตำนาน ราคาหลักร้อยใช้แล้วหาชัวร์!

รักษาแผลเป็น ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวที่สวยใส ไม่มีริ้วรอย หรือรอยแผลเป็นมาให้กังวลใจกันทั้งนั้น…แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะคะ เพราะในแต่ละวัน คนเราก็ต่างต้องมีกิจวัตรประจำวัน ภารกิจต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผิวพรรณของเราได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ดังนั้นถ้าเพื่อนๆเกิดมีแผลขึ้นตามร่างกายแล้ว พอแผลเริ่มแห้ง เพื่อนๆต้องมั่นคอยทาครีมลบรอยแผลเป็นเพื่อให้แผลนั้นหายเร็ว และยุบตัวลงได้ไวนะคะ ถ้าปล่อยไวนานจะรักษาหายยากมากค่ะ

รักษาแผลเป็น

และตัวช่วยดีๆที่จะทำให้รอยแผลเป็นต่างๆจางไว และ หายได้เร็วขึ้น นั้นก็คือ ครีมลบรอยแผลเป็น นั้นเอง! วันนี้ Gangbeauty จะมาแนะนำ 6 ครีมลบรอยแผลเป็น รักษาแผลเป็น ในตำนาน ที่หลายคนใช้แล้วรอยแผลเป็นหายจริง แถมราคายังอยู่ที่หลักร้อย ไม่แพงจนเกินไปด้วยค่ะ…มาดูกันเลยว่าจะมีตัวไหนบ้าง!!ผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อเจลใสๆ..สามารถลดเลือนรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะกับแผล keloids และแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัด หรือ เกิดจากการโดนความร้อนไฟไหม้ อุบัติเหตุรอยขีดข่วนแมลงสัตว์ ที่อายุไม่เกิน 2 ปี ควรใช้หลังจากแผลแห้งและหายดีแล้ว ประมาณ 7-14 วัน ช่วยปรับสีผิวแผลเป็นให้จางลง ป้องกันไม่ให้รอยแผลเป็นขยายใหญ่ขึ้น พร้อมบำรุงผิวจากการถูกทำร้ายจากรังสียูวีในคราวเดียวกันสามารถรักษารอยแผลเป็นและรอยดำจากสิว แผลจากอุบัติเหตุ แผลจากการผ่าตัด เหมาะสำหรับคุณแม่หลังผ่าคลอด ช่วยรักษารอยแผลเป็นและผิวแตกลายได้ผลดีมาก ช่วยรักษาแผลเป็นชนิดคีลอยด์นูน-ทำให้รอยแผลเป็นนุ่มขึ้น เรียบขึ้น ช่วยปรับสีของรอยแผลเป็นให้อ่อนลง จนกลมกลืนกับสีผิว ใช้ได้กับรอยแผลใหม่ และรอยแผลเก่า เนื้อเจลใส ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีกลิ่นเหม็นเจลสำหรับดูแลผิวที่เป็นแผลเป็นทั้งเก่า และใหม่ ใช้ดูแลผิวที่มีปัญหาต่างๆ เช่น หลังผ่าตัด ช่วยให้รอยคล้ำดำแลดูจางลง ช่วยทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ และช่วยป้องกันการเกิดร่องรอยต่างๆที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ร่องรอย จากการผ่าตัด อุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก อีสุกอีใส รวมทั้งช่วยลดรอยนูนและคีลอยด์ ซึบซาบเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะเจลลดรอยแผลเป็นจากส่วนผสมธรรมชาติ แก้ทุกปัญหารอยแผลเป็นทั้งแผลคีลอยด์ แผลหลังผ่าตัด แผลเป็นนูนแดง และรอยหลุมสิว ช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลง ลดริ้วรอยต่างๆ ให้จางลง สามารถใช้ทาแผลเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ เนื้อเจลใสเย็นสดชื่น ซึมซาบสู่ผิวได้ดี สามารถใช้ได้บ่อยตามต้องการช่วยปรับฟื้นฟูสภาพของเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมโทรมให้กลับเป็นปกติ ลดรอยแผลเป็น ลดรอยดำคล้ำอันเนื่องมาจากการอักเสบของสิวหรือผิว ลดรอยแตกลายหลังคลอด รอยแตกของผิวหนัง ป้องกันรังสียูวีในแสงแดดและช่วยลดการระคายเคือง และอาการเจ็บแสบของผิวหนังเนื่องจากถูกแดดเผา ครีมชนิดเข้มข้นสำหรับผิวที่แห้งมากเซรั่มลดรอยแผลเป็น สามารถใช้ได้ทั้งแผลเป็นที่เกิดจากสิว จุดด่างดำที่เกิดจากสิว ช่วยลดรอยแดง รอยดำ หลังการเกิดสิว หลุมสิว ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นที่มีลักษณะนูนแดงในบาดแผลที่หายใหม่ แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกและคีลอยด์ แผลผ่าตัด ทำให้รอยแผลนุ่มนวล เรียบเนียนขึ้นแลดูจางลง ช่วยฟื้นฟูให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้นเพียงแค่แพื่อนๆมั่นทาครีมลบรอยแผลเป็น เป็นประจำตั้งแต่แผลเริ่มแห้งสนิท ที่นี้ก็ไม่ต้องพึ่งการเลเซอร์ลบรอยแผลเป็นที่ราคาแสนแพงแล้วค่าาา รอยแผลเป็นหายได้ด้วยมือเราเองแค่ขยันทาบ่อยๆ ถูกใจสูตรไหนอย่าลืมซื้อมาลองใช้กันนะคะ ผิวพรรณจะได้สวยเนียน ไร้รอยแผลเป็น!รักษาแผลเป็น