[CR]Review ดั้งโด่ง

ดั้งโด่งสวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมารีวิวจมูกที่ไปกับ รพ.เลอลักษณ์ มาให้ชมกันนะคะ
ก่อนอื่นเลย นี่รูปเราเองก่อนที่จะไปทำ

ดั้งโด่ง

นี่เป็นเหตุผลค่ะ^^ เพราะดั้งค่อนข้างแบนกันทีเดียว ดั้งโด่ง นอกจากดั้งแล้วหน้าก้ยังแบนตามกันไปอีก 5555
ก้เลยตัดสินใจทำจมูกค่ะ แต่ก่อนจะทำเราก็คิดนานพอสมควรเลยแหระลังเลเป็นปีสองปีเลย จนกระทั่งเห็นเพื่อนๆเขาทำกันมาเยอะและเขาดูสวย เราเองก็ใกล้จะเรียนจบแล้วอยากจะถ่ายรูปตอนรับปริญญาออกมาสวยๆหน่อย^^
นั่นละค่ะ!! พอคิดได้เราก็เริ่มศึกษาถามจากเพื่อนที่ทำไปแล้วบ้าง ดูจากอิเทอเน็ตถึงผลดีผลเสีย การดูแลตนเอง และรีวิวที่เพื่อนๆนำมาให้ชมกัน
เพราะเราคิดว่าจะทำจมูกทั้งทีอยากจะทำแค่ครั้งเดียวและปลอดภัยกับตัวเราให้มากที่สุด ราคาก็เหมาะสมสำหรับนักศึกษาอย่างเราที่กว่าจะเก็บตังมาจนครบ 5555
ก้เลยตกลงมาเลือกที่ รพ.เลอลักษณ์นี่ละคะ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่ปลอดภัย สะอาด ปลอดเชื้อ และทำกับคุณหมอที่เก่งและประสบการณ์เยอะ
เราตัดสินใจเลือกเสริมจมูกทรง Princess nose + Botox ที่เป็นโปรโมชั่นอยู่ตอนนี้ค่ะ และเลือกจองคิวทำกับคุณหมอปิติ(ซึ่งก็เห็นรีวิวของคุณหมอเยอะเหมือนกันคะว่าทำออกมาแล้วสวย) เรานัดทำวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 จองล่วงหน้าเกือบ 3 เดือนเลย แต่เราใจร้อนค่ะพอใกล้ถึงเลย ขอเลื่อนเป็นวันที่ 2 สิงหาคม 25559 เรียบร้อยแล้วเราก้ไปทำ
พอไปถึงก็ยื่นบัตรทำประวัติ เลือกซิลิโคน จ่ายเงินและจ่ายค่ายาค่ะ แล้วก็จะมีพนักงานเรียกเราไปตรวจร่างกาย และถ่ายรูป แล้วก็ไปเปลี่ยนชุดใส่หมวกคลุมผมล้งหน้าด้วยน้ำยา และก็ไปนั่งรอเรียกชื่อไปพบคุณหมอคะ
พอเจอหน้าคุณหมอ คำแรกที่ทักเลยคือหนูมีเนื้อจมูกน้อยนะ ทำไปก็จะโด่งไม่มากอาจไม่เหมือนในรีวิวนะ
เราก็คิดว่า ไหนๆก็ตั้งใจมาแล้ว และเราเชื่อฝีมือของหมอ ก็เลยบอกไปว่าเอาที่ธรรมชาติและเท่าที่เนื้อจมูกหนูได้ค่ะ
จากนั้นก็เริ่ม!! เรานอนบนเตียงพี่พยาบาลมาฉีดยาที่แขนให้และบอกให้เรากลืนน้ำลายเรื่อยๆ (และเราก็สลบไป) ตื่นมาอีกทีคุณหมอก็ขออนุญาตขีดเส้นที่จมูก และก้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนเลยคะ เราจะรู้สึกตัวตลอดคุณหมอจะพูดจะคุยกับเราตลอดเลย และขณะที่ทำไม่เจ็บเลยคะ
พอเสร็จพยาบาลก็จะมาเราไปนั่งพักจนไหวแล้วเราก้ค่อยลุกออกไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับบ้านได้เลยคะ

ตอนนี้ก็ครบ 2 wks. แล้วค่ะหลังจากที่ทำมา
จากประสบการณ์ก็คือว่ามันไม่ได้น่ากลัวหรือว่าอันตรายอย่างที่เราคิดเลย หากเรารู้จักเลือกและดูแลตนเอง หาข้อมูลที่ถูกต้อง รพ.ที่ได้มาตรฐาน คุณหมอมีประสบการณ์ในเฉพาะด้าน และที่สำคัญเลยคือการดูแลตนเอง^^
ตอนนี้จมูกก็เริ่มเข้าที่แล้ว ไม่บวมไม่ช้ำแล้วค่ะ แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันเราพักฟื้นน้อยมาก ปวดบวม และช้ำน้อยมากด้วยคงอาจเป็นเพราะคุณหมอมือเบาด้วยคะ ^^
โดยส่วนตัวแล้วชอบนะคะ มันดูเป็นธรรมชาติ สำหรับคนเนื้อน้อยอย่างเราได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายแล้วค่ะ ^^
ทรงสวย หวาน เหมือนที่ทางโรงพยาบาลบอกใว้เลยตอนนี้มั่นใจขึ้นเยอะเลยคะไม่ค่อยกังวลอะไรแล้ว ^^
สำหรับคนที่กำลังมองหาหรือคิดอยากจะเสริมจมูกเราขอแนะนำที่นี่ไปพิจารณาอีกที่แล้วกันนะคะ

**ขอบคุณนะคะผู้ที่เข้ามาชม อันนี้เป็นกระทู้แรกของเราเลยอาจมีผิดพลาดไปบ้างไม่ว่ากันโน๊ะ!!^^ดั้งโด่ง

[CR]รีวิวสักคิ้ว 3 มิติ ฉบับคนกลัวเข็ม!

คิ้วสามมิติ สวัสดีค่ะเพื่อนๆห้องแป้งทุกคน ยิ้มเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว หนีไปสักคิ้ว 3 มิติมาค่ะ…ขอเกริ่นก่อนว่าเป็นคนขี้กลัวมาก โดยเฉพาะเข็มกับเลือด! กลัวขนาดแค่เจาะหูยังไม่กล้าเลยค่ะ แต่ที่ตัดสินใจไปทำ ก็เพราะว่าตัวเองคิ้วบางเหลือเกิน

คิ้วสามมิติ

นนนน บางจนวันไหนถ้าไม่แต่งหน้า คิ้วสามมิติ นึกว่าแม่ชียังไงยังงั้นเลยค่ะ ร้องไห้ บวกกับตัวเองเป็นคนที่หน้าสองด้านไม่เท่ากัน โดยหน้าด้านขวาโหนกคิ้วและตาจะสูงกว่าด้านซ้ายนิดหน่อย (คือถ้ามองผ่านๆก็ไม่รู้ค่ะ แต่ถ้าจ้องหน้าตรงนานๆหรือถ่ายรูปติดบัตรก็จะรู้ทันที) ทำให้ต้องใช้เวลาเขียนคิ้วในแต่ละวันเพื่อออกมาทำงานนานกว่าแต่งตาอีกค่ะ….(แถมบางวันเขียนมาไม่เท่ากัน กลายเป็นว่าเหมือนคนยักคิ้วอยู่ตลอดเวลา)

ตัดสินใจไม่ได้ กล้าๆกลัวๆอยู่เป็นเดือน จนเพื่อนสาวมาทักว่าอยากสักคิ้ว 3 มิติ เท่านั้นแหละค่ะ! มีเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้ว อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเราไม่เจ็บตัวคนเดียว (ฮ่าๆ) เราก็เลยรับอาสาขอเป็นคนเลือกร้านที่จะไปทำเอง จนไปเจอร้านของคุณก้อย (จริงๆเรียกว่าบ้านดีกว่าค่ะ เพราะไปทำกับคุณก้อยที่บ้านเลย)

พอโทรไปสอบถาม ก็ปรากฏว่าอยู่ใกล้บ้านเรานิดเดียวเอง แถมราคาก็อยู่ในงบที่ตั้งไว้ด้วย เลยไม่ลังเลแล้วค่ะ ตกลงนัดคิวกับคุณก้อยทันที…

มาดูรูป Before กันก่อนค่ะ…

เรานัดคิวกับคุณก้อยไว้ 10 โมงค่ะ แอบไปถึงเลทนิดหน่อย เพราะซอยบ้านคุณก้อยลึกพอสมควร…ระหว่างทางใจก็ตุ้มๆต่อมๆ เลยบอกกับเพื่อนที่จะสักอีกคนนึงว่า “ยังไงชั้นให้แกทำก่อนเลยนะ…ไม่ต้องกลัว!”

พอจอดรถเสร็จ คุณก้อยก็ออกมารับ แล้วก็เอาน้ำมาเสิร์ฟให้ แถมเปิดหนังให้ดูอีก บรรยากาศสบายเหมือนอยู่ที่บ้านตัวเองเลยค่ะ… ระหว่างที่เพื่อนเรากำลังสัก คุณก้อยก็จะแวะมาลงยาชาให่เราด้วย ยาชาตัวแรกที่ใช้เป็นลักษณะครีมสีขาวค่ะ นำมาป้ายคิ้วทั้งสองด้าน แล้วก็น้ำแผ่นพลาสติก 3M มาปิดทับไว้ แ้ล้วเราก็ไปนั่งดูหนังต่อได้ค่ะ..

ยาชาตัวแรกนี้ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที – ครึ่งชั่วโมงค่ะ (ไม่แน่ใจเพราะมัวแต่ดูหนังกับเม้าส์มอย แฮะๆ) รู้ตัวอีกที ก็โดนคุณก้อยเรียกให้ไปนั่งบนเก้าอี้ เพื่อออกแบบคิ้ว…

คุณก้อยจะถามก่อนนะคะว่ามีแบบคิ้วไว้ในใจไหม? ของเราไม่มีค่ะ บอกแค่ว่า อยากได้โก่งนิดหน่อยและทรงไม่หนามาก เอาให้เข้ากับรูปหน้า…แล้วก็อย่างที่บอกค่ะว่าหน้าเราสองด้านไม่เท่ากัน ซึ่งตรงนี้ทำให้ออกแบบคิ้วให้ออกมาสองข้างเท่ากันเป๊ะๆนั้นทำได้ยากมากกกก.. แต่คุณก้อยก็ใจเย็นมากค่ะ ไม่ชอบใจตรงไหนก็บอก คุณก้อยก็จะแก้ให้ หรืออยากให้หนาอีกนิด โก่งอีกหน่อย บอกได้เลยค่ะ คุณก้อยจะแต่งคิ้วเราไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะพอใจ

หลังจากออกแบบคิ้วเสร็จก็จะให้ไปนั่งรอต่ออีกสักพักค่ะ เพราะคุณก้อยจะสลับไปสักเพื่อนเราต่อค่ะ จนเพื่อนเราสักเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็โดนเรียกให้ไปขึ้นเขียง เอ๊ย เตียง! เป็นรายต่อไป (แอบสั่นอยู่ตลอดเวลา) ร้องไห้

ขั้นตอนต่อไปคือ คุณก้อยเอาอะไรสักอย่างมาสะกิดคิ้วเรา เพื่อเป็นการเปิดผิว อยากบอกว่าขั้นตอนนี้แอบเจ็บอ่ะค่ะ เพราะยาชาตัวแรกที่ทาไปมันไม่ชาเท่าไหร่เลย เราก็เลยเกร็งและส่งเสียงร้องเบาๆ จนคุณก้อยบอกว่า ทนหน่อยนะคะ ขั้นตอนนี้แหละเจ็บที่สุดแล้ว (ห๊ะ!)… จากนั้นคุณก้อยก็เอายาชาอีกตัวนึง ซึ่งเป็นแบบน้ำมาหยดใส่คิ้วที่เราได้ทำการเปิดผิวไว้ จะรู้สึกแสบๆค่ะ แต่ก็ทนได้ แล้วก็ให้เราไปนั่งรอยาชาออกฤทธิ์

จนวินาทีระทึกมาถึง คุณก้อยเรียกให้เราลงไปนอนที่เตียงอีกรอบ พร้อมบอกให้เราผ่อนคลายและใจเย็นๆ (เพราะเราเกร็งมากๆ กลัวเจ็บ ฮ่าๆ) แล้วเราก็ได้ยินเสียง ครืดๆ แกร่กๆ ครืดๆ สลับกันไปมาอยู่ประมาณ 10 นาทีค่ะ คุณก้อยก็บอกว่า อ่ะ เสร็จแล้ว….

อยากบอกว่าแทบไม่รู้สึกเลย เพราะยาชาตัวที่สอง มันชามากจริงๆ…..

อันนี้คือหลังจากที่สักซ้ำรอบสองค่ะ คุณก้อยจะให้ทิ้งสีไว้เป็นคิ้วชิ้นจังประมาณ 20 นาที – ครึ่งชั่วโมง…คิ้วสามมิติ

รีวิว คางสวยๆ ปรับรูปหน้า เห็นผลทันที ด้วย ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ วันนี้ฟางมารีวิวการ ปรับรูปหน้า ด้วย ฟิลเลอร์ ค่ะ เชื่อว่าสาวๆ หลายคนก็แอบหาข้อมูลอยู่ใช่ไหมเอ่ย ส่วนตัวเป็นคนที่คิดมาตลอดว่าหน้าตัวเองดูกลมๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อ้วนนะคะ น้ำหนักประมาณ 49 กิโลกรัมค่ะ แต่ถ่ายรูปแล้วออกมาหน้าบวมๆ

ฟิลเลอร์

ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อ้วนนะคะ น้ำหนักประมาณ 49 กิโลกรัมค่ะ ฟิลเลอร์ แต่ถ่ายรูปแล้วออกมาหน้าบวมๆ กลมมาก พยายามอ่านรีวิวและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงามมาบ้าง แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องทำอะไรเลยเข้ามาปรึกษา ขอคำแนะนำกับคุณหมอด้านความงามที่เอยาคลินิกค่ะสาขาที่ฟางมาใช้บริการก็คือเอยาคลินิกสาขาซีคอนสแควร์ศรีนครินทร์ชั้น 3
จุดสังเกตคลินิกจะอยู่โซนโรบินสันขึ้นบันไดเลื่อนมาจะเจอเลยนะคะตรงข้ามกับร้าน SE-ED Book ค่ะ

สำหรับคุณหมอที่ดูแลฟางวันนี้คือคุณหมอฝ้ายซึ่งมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 10 ปีค่ะฟางเล่าปัญหาและความต้องการให้คุณหมอฟังที่สำคัญคืออยากสวยแต่ไม่อยากผ่าตัดคุณหมอให้หันซ้ายหันขวาและแจ้งว่าปัญหาจริงๆของฟางคือคางสั้นไปนิดนึงและถ้าสังเกตดีดีจะเห็นว่าคางเบี้ยวนิดหน่อยรูปหน้ายังไม่สมดุลเท่าไร

พอมองหน้าตัวเองในกระจกเป็นเหมือนที่คุณหมอบอกเลยยิ่งเวลาไม่ยิ้มคางจะดูสั้นทำให้หน้าดูกลม
ซึ่งสัดส่วนของใบหน้าที่สวยงามช่วงหน้าผากจมูกและคางควรมีสัดส่วนที่สมดุลกัน

แล้วอยากจะได้ใบหน้าที่สมดุลขึ้นต้องทำอย่างไรดีคะ ?

คุณหมอแนะนำการฉีดฟิลเลอร์คางค่ะฉีดเพิ่มนิดหน่อยให้ดูสวยแบบธรรมชาติพอคุณหมอแจ้งมาแบบนี้ก็แอบกลัวเพราะไม่เคยฉีดอะไรแบบนี้มาก่อน

เคยได้ยินด้านไม่ดีของการฉีดฟิลเลอร์มาก็เยอะเลยถามคุณหมอทุกเรื่องที่สงสัยซึ่งคุณหมอน่ารักมากค่ะให้คำปรึกษาและตอบคำถามฟางทุกข้อเลย

มาดูกันค่ะว่าฟิลเลอร์คืออะไร?

Filler การฉีดเติมเต็มด้วยสาร Hyaluronic acid (HA) ซึ่งเป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวหนังคอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญของผิวเพราะเป็นส่วนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวหนังช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนและโปรตีนจะเสื่อมสภาพลงเปรียบเหมือนกับสปริงที่หย่อนยานทำให้ผิวหนังยุบตัวลงจึงส่งผลให้ความเหี่ยวย่นริ้วรอยและความชราของผิวพรรณปรากฎให้เห็นชัดเจนมากขึ้นฟิลเลอร์

[CR]รีวิว สักคิ้ว 6 มิติ ร้าน Saii Eyebrows แถว วัชรพล

สักคิ้ว 6 มิติ ขอเกริ่นเรื่องก่อนเลยว่า. ส่วนตัวทำคิ้ว สไลด์3,6 มิติ อยู่แล้วค่ะ แต่มีเพื่อนสนิทมว้ากกก อยู่คนนึง ขี้กลัว ขี้เจ็บ ขี้งอแง มากกก. ตื้อเท่าไหร่นางก้อไม่เคยจามาทำด้วยเลยย. ตื้ออยู่ 2 ปี จน เห้ยยยยย. วันนี้นางยอมมม. เป็นไปได้ไงว๊าาาา. 😂😂😂. อยู่ดีดีก้อเฮิร์ท อยากสวย ขี้เกียจเขียนคิ้วขึ้นมาซะอย่างงั้น.

สักคิ้ว 6 มิติ

!!!!!! ก้อเลยขับรถ พากันมา ที่ร้าน. Saii Eyebrows เนี่ยนแหละ. เคยทำร้านนี้อยู่แล้ววว ส่วนตัว ชอบมว้ากกก. ….. ช่างน่ารัก สักคิ้ว 6 มิติ ดูแลดี ให้คำปรึกษาดีแถมราคาคือ มันใช่ แล้ว งานโค้ตดี. อธิบายไปก้อยืดเยื้อ ดูเอาดีกว่าโนะเริ่มจาก นั่งมองหน้า ช่าง ก่อนเลย ฟินมว้ากก แม่นางหน้าปังพลัง หุ่นดีดี… !!! สนจัยติดตามเพจ Saii Eyebrows หรือ inbox ไปเลยค่ะ Sai Aiyarat Ayrขอไปเริ่มที่เขียนคิ้ว ให้เลือกสไตส์ ฝรั่ง เกาหลี ไทยสไตส์เยอะแยะ แต่สุดท้ายก็เลือกที่เหมาะ เข้ากับหน้าที่สุด เพื่อนเป็นคนมีขนคิ้วอยู่แล้ว เลยตกลงทำ 6 มิติเลย แน่นางหน้าซี๊ดมว้ากกก !!
ดูหน้านางงงดิ๊ ขำก๊ากกก 555555 มานนนกัวววมีดเสด 2 ข้างงงง แล้วววว ใกล้เสร็จแล้วว
ดูตอนเสร็จเลยเลยละกันเหย็ดดด แม่นางกล่าวว่า ไม่ต้องเขียนคิ้ว อีกต่อไป…….!!!!!! ปกติเขียวคิ้วเอง คิ้วตก กันคิ้วเอง แล้ว ขาดครึ่งคิ้วด้วย 555 มงกุฎใบใหม่ของใบหน้า
ฟริ๊งเลย แค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีโอกาสเจอนางจะอัพเดทให้ นะคะ ช่วงคิ้วลอก
ชื่อสินค้า: ร้านสักคิ้ว 3 มิติ 6 มิติ สักหัวนมชมพู สักปาก บลาๆ หลายอย่างเลยจำไม่ได้สักคิ้ว 6 มิติ

Review มหากาพย์ลดต้นขา ตอนที่ 1:: ดูดไขมัน

ดูดไขมันต้นขา สวัสดีค่ะ ^___^ กระทู้นี้จะเล่าประสบการณ์ การลดต้นขาพราะขาเบ้งมากหลังคลอด เลยตัดสินใจ “ดูดไขมัน” ที่ต้นขาทั้ง 2 ข้างตอนริน่าอายุ 4 เดือนค่ะ (24/08/2014) เนื่องจากหลังคลอดริน่าแล้ว มีนมแค่ 2 เดือน …หลายคนคงทราบข้อมูลดี ว่า การให้นมบุตรหลังคลอด จะทำให้ นน. ลงไว ไขมันที่สะสมตามจุดต่างๆ จะถูกดึงมาใช้ในการผลิตน้ำนม… แต่เพราะมีนมให้ริน่าประมาณ 2 เดือนก็หมด ตอนที่ 1 : อยากสวยต้องอดทน อยากขาสวยเลยไปดูดไขมัน (ความเดิมก่อนใช้เจลร้อน)

ดูดไขมันต้นขา

ไอ้ส่วนที่สะสมนั้นก็ยังคงพอกพูนอยู่ที่ตัวเรา ดูดไขมันต้นขา โดยเฉพาะต้นขาด้านนอก (หนอก) มันพองใหญ่กว่าสะโพกซะอีก และมั่นใจเลยว่ามันจะลดลงยากที่สุด เพราะส่วนตัวเป็นคนที่เวลาอ้วนจะออกตรงต้นขา (หนอก) นี้มากที่สุดแล้วค่ะ ขนาดเวลาผอมก็จะเห็นเนินหนอกน้อยๆ และเป็นคนลำต้นขาค่อนข้างใหญ่มาตลอด … ตอนนั้นเลยเป็นจุดตัดสินใจว่า ดูดไขมันน่าจะช่วยให้ลดไวสุด เพราะจะใช้เจลร้อนตอนนั้นก็ไม่ได้ เดี๋ยวไปโดนเบบี๋ค่ะ ไปดูดออกแระกัน ตอนนั้นน้องที่ชวนบอกว่า เจ็บหนักๆแค่ 2-3 วันแล้วก็ปกติ 5555 มันไม่ใช่เลยยย

ถ้าใครบอกว่า การใช้เจลร้อนแล้ว ทรมาน ไม่ไหว … อยากบอกว่า ความร้อนของเจลร้อนนี่เด็กๆไปเลย ถ้าเทียบกับการดูดไขมัน “อยากสวย ต้องอดทน” ไม่มีทางที่เราจะอยู่แบบสบายๆแล้วจะสวยขึ้น ผอมลงง่ายๆค่ะ อันนี้นี่ความจริงเลย ความเจ็บ หรือทรมานนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ค่าใช้จ่ายนี่สิ 5555 การดูดไขมันสมัยนี้ โอเคมาก เห็นผลไวมากนะคะ ถ้าสู้ราคาไหว แนะนำเลย เค้าจะคิดราคาจุดละ 15-19000฿ แต่ละ รพ./คลีนิคราคาไม่เท่ากัน ที่เราไปทำ จุดละ 17000฿ คำว่า “จุดละ” ไม่ใช่ ต้นขา 17,000 ไรงินะคะ “1 จุด คือ 1 เจาะ” … ต้นขา 1 ข้าง เจาะ 3 จุดค่ะ 17000×3 = 51,000฿/1 ข้าง ก็ต้นขา 2 ข้างก็ 102,000฿ และ จะมีค่ากางเกงสำหรับกระชับด้วย น่าจะ 7,000฿ นะคะ ถ้าจำไม่ผิด เพราะหลังจากที่เราดูดไขมันออกไป ผิวเราจะเหมือนตุ๊กตาที่ถูกดึงนุ่นออก คือ นิ่มๆย้วยๆ การกระชับผิวหลังดูดไขมันสำคัญที่สุดใน 3 โลกค่ะ เค้าเลยต้องให้ใส่กางเกงหนาๆรัดเอาไว้ตลอดเวลา 1 เดือน

ความเจ็บระดับ 20+++ 555 นึกภาพเล่นๆ เนื้ออ่อนๆ 3 จุด 1.ขาด้านในตรงขาหนีบ 2.ขาด้านในตรงเหนือช่วงเขา และ 3.ขาด้านนอกตรงช่วงใต้ก้น ถูกเจาะด้วยแท่งเข็มขนาดประมาณหลอดกาแฟ ทะลวงเข้าไปดูดไขมันใต้ผิวหนัง ของเราไขมันถูกดูดออกมารวม 2 ข้าง 3000cc ค่ะ (หูววววว คุ้ม 555) ตอนทำเค้าฉีดยาชา เราขอยานอนหลับ มันเคลิ้มๆ ตื่นเพราะเหมือนถูกหยิกแรงๆเวลาเจาะมั้ง ไม่แน่ใจค่ะ ทำไม่นาน 1 ชม.มั้ง จำไม่ค่อยได้แระ

พอทำเสร็จเค้าจะปลุกๆให้เราลุกมาใส่ไอ้กางเกงที่ว่าค่ะ แน่ๆฟิตๆ แบบสเตย์หนาๆเลย พอได้สติลุกกลับบ้าน คือ น้ำเลือดผสมน้ำเกลือก็ยังไหลโจ้กๆจากแผล ผ้าก็อตเอาไม่อยู่ ก็ตามเช็ดกันไป กลับบ้านวันแรกยาชายังไม่หมดฤทธิ์ดี ก็หลงคิดว่า เออ ไม่โหดอย่างที่คิดแฮะ… พอวันต่อมาเท่านั้นแหละค่ะ โหดดดร้าย เจ็บกว่าหลังผ่าคลอดอีก ระบมสุดริด ก็แผลเจาะ 6 จุดอ่ะเนอะ 555 ต้องทำแผลทุกจุด ทุกวัน กางเกงต้องใส่ตลอด คือ ถอดแล้วก็ต้องใส่ใหม่ จะใส่ทีจิเป็นลม หน้ามืด เข้าห้องน้ำทีก็ต้องถอด จะนั่งโถก็แสนจะยาก เพราะแผลที่เจาะอยู่ใต้ก้นพอดีๆ เปิดกางเกงออกมา ที่ผิวม่วงช้ำ ดำสุดพลัง เหมือนถูกใครเอาไม้หน้าสามมาทุบๆๆๆ ทั้งต้นขา (ความเจ็บปวดระบมก็ระดับนั้น) น่ากลัวมากพูดเลย และ 1-7 วันแรกยังมีน้ำขังบวมที่แผล เพราะมันมีช่องว่างใต้ผิวหนัง ม่วงๆเขียวๆบวมๆ ต้องไปให้ทางโรงพยาบาลเจาะเดรนน้ำออก เทียวไปเทียวมาจนมั่นใจว่าไม่มีน้ำขัง เป็นแบบนี้ยาวไปเกือบ 14 วันค่ะ ถึงเริ่มดีขึ้น … และกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ รอยช้ำๆหายไปก็ประมาณ 1 เดือนค่ะ และจะเข้าที่ปกติเห็นผลที่สุดคือตอน 3 เดือนหลังวันที่ดูดไขมันค่ะ … (ตอนนี้นั่งยัน นอนยัน ยืนยันเลยค่ะ ว่าความร้อนจากการทา เจลร้อน นี่เด็กๆ ไปเลย อดทนทาทุกวันได้ 1 เดือนนี่ก็ได้ผลน้องๆดูดไขมันแน่นอน ร้อนมากหน่อยตอนเริ่มทาแรกๆ ซักพักผิวเริ่มชิน ก็ใช้สบายๆแระค่ะ ที่สำคัญรวมๆจ่ายแค่ 2-3000฿ ค่ะ… อยากสวยแบบถูกและดี ต้องอดทนหน่อย)ดูดไขมันต้นขา

รีวิวศัลยกรรมเสริมจมูก (ผู้หญิง) รีวิวแก้จมูก 7 วันเข้าที่!…ทรงใหม่สโลปสวยละมุนมากกก

เสริมจมูกที่ไหนดี สวัสดีค่ะ แนะนำตัว ลูกตาล นะคะ ตามหัวเรื่องเลย วันนี้จะมารีวิวศัลยกรรมที่ไปทำมาล่าสุด ที่ DRK Beauty Clinic เอกมัย ซอย 3 ก็คือไปแก้จมูกใหม่ที่นี้มานั่นเองค่ะ

เสริมจมูกที่ไหนดี

ที่ตัดสินใจแก้เพราะของเดิมที่ทำมานานพอสมควร เสริมจมูกที่ไหนดี แล้วตอนนี้ก็เลยอยากเปลี่ยนใหม่ค่ะ เพราะรู้สึกว่าของเดิมมันแข็งๆ ทำให้หน้าดูแข็งๆ ไปนิด เลยอยากแก้ให้จมูกสโลปลงมากว่านี้ ละมุนกว่านี้อีกหน่อย ของเก่าไม่ได้แย่อะไรเลยนะคะ ทรงความโด่งโอเคเลยค่ะ เพียงแต่ว่าอยากแก้เปลี่ยนทรงใหม่แค่นั้นเอง อยากให้ดูทันสมัยมากขึ้นเข้ากับเทรนตอนนี้ อยากได้จมูกพุ่งแต่มีความสโลปปลาย ไม่โด่งพุ่งเกินไป

นี่ค่ะ จมูกก่อนแก้ ทรงไม่ได้แย่เลยค่ะ สวยอยู่ค่ะ เพียงแต่ตาอยากเปลี่ยนให้ดูละมุนกว่านี้ เอาง่ายๆ ว่าหาเรื่องเจ็บตัวใหม่นั่นเอง 5555555555

ก็เข้าไปปรึกษาคุณหมอ บอกความต้องการเลยว่าอยากได้แบบไหน ทำความเข้าใจกับคุณหมอก่อน เพราะการแก้ครั้งนี้ ก็อยากให้จบเหมือนกันนะเอาจริงๆ ถ้าเกิดไม่คิดเปลี่ยนใจในภายภาคหน้านะ ครั้งนี้ก็อยากให้อยู่นานๆ ก็ปรึกษาพูดคุยกับคุณหมออย่างละเอียดและเข้าใจตรงกัน ก็ตัดสินนัดผ่าเลยค่ะ เตรียมร่างกาย เตรียมใจให้พร้อม เราเคยผ่าตัดมาแล้วก็พอรู้มาแล้วบ้าง ว่าต้องเตรียมตัวยังไง

วันผ่าก็ปกตินะคะ ไม่ค่อยกังวลอะไรเท่าไหร่ กังวลอย่างเดียวว่าจะออกมายังไงแค่นั้นเองค่ะ 555555 กลัวจะไม่ถูกใจ กลัวจะไม่ชอบ แต่ก็นะเราตกลงกับคุณหมอแล้ว มั่นใจฝีมือคุณหมอค่ะ ว่าต้องออกมาแบบที่เราต้องการสัก 80% ก็โอแล้ว ตอนผ่าได้ยินทุกอย่างเลยค่ะ เสียงคุณหมอทุบๆ จมูก งัดๆ มาหมด ได้ยินรู้สึกทุกอย่าง แต่แค่ไม่เจ็บ ไม่รู้สึก แต่แอบหวาดเสียวเสียงคุณหมองั้ดซิลิโคนเก่าออก เสียงบาดใจมากมายย และก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ การผ่าตัดวันที่หกค่ะ แต่งหน้าได้ปกติทุกอย่างแล้ว เอาจริงๆ ออกไปข้างนอกไม่มีใครรู้เลยแหะ แต่มีคนทักว่าสวยขึ้น แต่ไม่มีใครจับได้เลยว่าไปทำอะไรมา จนเราต้องบอกเอง ทุกคนชมหมดเลยว่าดีมาก คือขนาดเคสแก้ยังไม่มีอาการบวมช้ำ 6 วันคือแต่งหน้าสวยๆ ออกมาเที่ยวได้แล้วสบายมากกกกก ถือว่าถูกใจมาก เราเองก็ถูกใจคนรอบข้างก็ถูกใจไปด้วย อยากไปเสริมตามกันเพียบ

ตาลทำภาพเทียบมาให้ดูนะคะอย่างที่บอกจมูกเดิมไม่ได้แย่โนะ แต่แค่อยากแก้ใหม่เพราะเบื่อทรงเก่าและอยากได้ปลายพุ่ง ทรงมีความสโลปกว่าเดิม และก็ออกมาถูกใจค่ะ ออกมาให้เห็นตามภาพเลย ปลายมีความพุ่งขึ้นมาเบาๆ ทรงสโลปอย่างที่เราอยากได้เลย ไม่ได้โด่งแข็งทื่อ เหมือนก่อนแก้ ถือว่าครั้งนี้ถูกใจมากๆ กับการแก้จมูกครั้งที่ 2 ชอบมาก แต่งหน้าแล้วสวยขึ้นเยอะ หน้าดูมีมิติขึ้น ไม่ดูแข็งทื่อ ปลายเชิ่ดเบาๆ เอาไปเลย 10 เต็ม

สำหรับเราใครที่กำลังหาที่แก้จมูกดีๆ แนะนำที่นี่นะ รีวิวสวยๆ เขามีเยอะ ไปลองดู ว่ารูปจมูกเราเป็นแบบไหน คล้ายกับเคสที่เขารีวิวหรือเปล่า อย่าดูแค่ภาพรีวิวนะคะ ไปอ่านสตอรี่ของเขาด้วยเหมือนตาล ตามอ่านรีวิว อ่านละเอียดเลย ไม่ได้ดูแค่ภาพสวยๆ เพราะถ้าอ่านรีวิวอะ มันจะรู้สตอรี่ของเคสนั้นๆ ว่าเป็นมายังไง อ่านละก็เพลินนะคะ มีทั้งโอเค และไม่โอเค ไม่โอเคในที่นี้คือ ไม่ถูกใจเรานะ ไม่ใช่ว่าเคสเขาแย่หรือไม่สวย ลองอ่านรีวิวกันดูนะคะ บางทีมันเป็นประโยชน์มากจริงๆ อย่าดูแค่ภาพกันอย่างเดียว เหมือนที่ลูกตาลมาเขียน ก็ไม่ได้มาอวยคลินิกอะไรเลยนะ แค่ทำแล้วมันสวยก็เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังค่ะ อะไรดีก็มาบอกว่าดีเนอะ

ตาลคิดว่าการแก้จมูกครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วแหละ เพราะก็คิดว่าไม่อยากแก้บ่อยๆ ถ้ามันไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก็คิดว่าจะไม่แก้แล้วค่ะ จะไปลงทุนทำสวยอย่างอื่นบ้างแล้วค่ะ 555555

ถ้าใครสนใจก็ลองไปติดต่อที่คลินิกดูเนอะ ตาลแก้จมูกที่ DRK Beauty Clinic เอกมัย ซอย 3 ค่ะเสริมจมูกที่ไหนดี

[CR]รีวิวดูดไขมัน Vaser

ดูดไขมัน สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นแนะนำตัวก่อนนะคะ เราปัจจุบันอายุ 33 ปี สูง 166 น้ำหนัก 70 มีลูก 2 คน (เป็นคนโครงร่างและกระดูกค่อนข้างใหญ่)
นิสัยส่วนตัวคือเป็นคนชอบกิน กินโหดด้วยค่ะ 555+ ที่แย่ที่หนักไปกว่านั้นคือเราส่วนตัวเป็นคนไม่ออกกำลังกายเลย
*และหวังว่าจากประสบการณ์ที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้จะพอมีประโยชน์กับผู้ที่หาข้อมูลอยู่และคิดตัดสินใจแล้วว่าต้องการจะไปทำ
เพราะเข้าใจว่าก่อนที่เราจะไปทำทุกข้อมูลจากเพื่อนๆก็มีประโยชน์กับเรามากเช่นกัน

ดูดไขมัน

หากใครไม่เห็นด้วย ดูดไขมัน หรือไม่สนใจก็ปล่อยผ่านไปแล้วกันนะคะ*
เข้าเรื่องเลยนะคะ คือ(แพลนจะไม่มีลูกอีก) และด้วยความอยากสวยเร็วแต่ขึ้เกียจ รู้ตัวว่ายังไงก็ลดด้วยตัวเองไม่ได้ (ขออนุญาติพูดตรงๆนะคะ)
จึงตัดสินใจเลือกเอาทางลัดไปดูดไขมัน ที่เรียกว่า Vaser ค่ะ (ความหวังเล็กๆของคนอ้วนอย่างเรา)
ก่อนอื่นบอกก่อนว่าวิธีนี้ไม่ได้โฟกัสเรื่องลดน้ำหนัก แต่เป็นการลดสัดส่วนโดยตรง และค่อนข้างสิ้นเปลืองและค่าใช้จ่ายก็นะ.. ไปด้วยค่ะ
ฉะนั้นเพื่อความประหยัดงบประมาณก็เลือกทำบริเวณที่อยากจะทำจริงๆเอาค่ะ และถ้าหาที่ที่ดีปลอดภัยและราคาประหยัดได้ด้วยก็ดีสิคะรอไร อิอิ
ตอนที่เราทำเป็นช่วงโปรโมชั่นราคาเหมาค่ะ จากที่หาข้อมูลมาอย่างโชกโชนแล้ว คิดว่าที่ที่เราตัดสินใจไปทำราคาถูกที่สุดแล้ว + กับได้ในราคาโปรโมชั่นอีก และส่วนที่เราเลือกทำคือ…ต้นแขนทั้ง2ข้าง หมอเจาะแผลเล็กๆข้างละ 3 จุด คือข้อศอก รักแร้ด้านหน้า รักแร้ด้านหลัง ราคาโปรเหมา 19990 บาท
หน้าท้อง 2 จุด เจาะบริเวณช่วงที่ กกน. ปิดทับ จะไม่เห็นรอยแผล อันนี้ รีเควสหมอไปว่าจะใส่บิกินนี่ ราคาโปรเหมาเช่นกัน 29990 บาท
ส่วนที่ (เอว 2 จุด+สะโพก 2 จุด ราคารวม4จุด 32000 บาท บริเวณนี้ไม่มีราคาโปรจ่ายเต็มค่ะ)
นอกจากนี้จะไม่มีบวกค่าใช้จ่ายใดๆอีกทั้งสิ้น ยกเว้นถ้าต้องการวางยาสลบ + 3000 บาท
ตอนทำ ของเราใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 4 ชม. และไม่ได้เลือกวางยาสลบ หมอบอกเอาจริงๆไม่แนะนำให้วางยาเพราะอาจมีผลข้างเคียง เลยให้ลองสดก่อนถ้าไม่ไหวค่อยว่ากัน
ถึงขั้นตอนการทำ ถามว่าเจ็บไม๊ สำหรับเราบอกเลย มากกก.. (ก็ดี ได้จำไว้ก่อนหยิบไรใส่ปาก555+) แต่อดทนเพราะความที่อยากสวยแบบเร่งรัด
หลังทำมาทันที สัดส่วนบริเวณ ที่ทำลดลงทันทีเดี๋ยวนั้นสามารถมองเห็นได้เลย แต่จะย้อยเหมือนถุงที่รีดน้ำออกและมีอาการบวมเล็กๆร่วมด้วย
และหลังทำมาได้ 1 เดือนกว่า บอกได้คำเดียวเล็กลงมากค่ะ ฟินนน..เบยย
ตอนนี้คือเริ่มซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวใส่เสื้อโชว์แขนโชว์เอวได้แล้ว(เปลืองตังอีก–เกิดเป็นหญิง หึหึ) เสื้อผ้าเก่าๆที่มีก็ใส่สวยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
และเท่าศึกษามามันจะเล็กลงอีกเรื่อยๆหลังจากผิวที่ย้อยกระชับและอาการบวมหายไปจนหมด ภายใน 3-6 เดือนเว้นเสียแต่จะกินโหดกลับเข้าไปใหม่ในระหว่างนี้ 555+
และด้านล่างนี้คือรูปต้นแขนของเราก่อนและหลังทำทันทีนะคะดูดไขมัน

ตาสองชั้น สวยเป๊ะเวอร์ ที่เลอลักษณ์

โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เวลาต่งหน้าเราติดสติ๊กเกอร์ช่วยค่ะ แต่เป็นอะไรที่สิ้นเปลือง และเสียเวลามาก เราจึงคิดอยากทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น ให้จบๆ ไปเลย
เราหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ดูรีวิว ดูแล้วดูอีก ตัดสินใจมาทำที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เพราะที่นี่ดูน่าเชื่อถือ และเพื่อนๆ แนะนำด้วยค่ะถึงจะเคยทำจมูกมาก่อน แต่วันที่มาทำแอบตื่นเต้นนะคะ

โรงพยาบาลเลอลักษณ์

จมูกมาก่อน แต่วันที่มาทำแอบตื่นเต้นนะคะ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ แต่ที่นี่มีเทคนิคให้ยานอนหลับก่อน ก็ค่อยยังชั่ว โรงพยาบาลสวยมากค่ะ สถานที่สวยหรูดูแพงเหมือนในละครเลยค่ะ ลองเข้ามาเยี่ยมชมได้
มาถึงก็จะมีเจ้าหน้าที่มาพูดคุยแทคแคร์เรา รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำตา ว่าเราต้องปฏิบัติตัวยังไง ตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นไปจ่ายเงิน รับยา จะมียาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดบวม รวมทั้งยาทาลดรอยช้ำด้วย ส่วนเจลประคบเย็นเรามีอยู่แล้วค่ะก่อนและหลังทำทันทีต่อไปเป็นการเข้าสู่ห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะให้เราล้างหน้าและเปลี่ยนชุดเป็นชุดสำหรับผ่าตัด ได้เจอหมอในห้องผ่าตัดเลยค่ะ คุณหมอปวลิน ให้เราส่องกระจกไปด้วย แล้วบอกว่าหนังตาเราตกค่อนข้างเยอะจึงแนะนำแบบกรีดยาวเพื่อเอาไขมันออกด้วย จะทำให้ตากลมโตขึ้น จากนั้นนอนลงบนเตียง หมอก็วาดชั้นตาเราก่อน จากนั้นมีผู้ช่วยมัดแขนทั้ง 2 ข้าง แล้วฉีดยานอนหลับเข้าที่แขน แป๊ปเดียวเราก็หลับไปแบบไม่รู้เรื่อง รู้สึกตัวอีกทีหมอยังทำไม่เสร็จนะคะ แต่ขอบอกว่าไม่เจ็บแล้ว เพราะฤทธิ์ยาชา ผู้ช่วยหมอบอกให้นอนนิ่งๆ ไว้ แป๊ปเดียวหมอก็เย็บแผล เสร็จเรียบร้อยมีโอกาสได้ดูชั้นตาตอนทำเสร็จใหม่ๆ ยังไม่บวม ชั้นตาสวยมากๆค่ะ แอบถ่ายรูปหนักตาที่หมอตัดออก พร้อมไขมัน
หมอแป๊ะพลาสเตอร์ไว้ 1 วัน เพื่อป้องกันเชื้อโรค จากนั้นให้เรามาพักที่ห้องพักฟื้นอีกห้องหนึ่งให้หายเบลอยาแล้วค่อยกลับบ้าน อีก 7 วัน หมอนัดมาตัดไหมหลังทำ 3 วัน บวมมาก

ช่วง 3 วันแรกประคบเย็น ยิ่งประคบบ่อยๆ ยิ่งบวมน้อย หลังจากนั้นเราไม่ได้ประคบร้อนนะคะ เพราะไม่ช้ำ ปล่อยให้ค่อยๆ ยุบบวมเอง

ครบ 7 วันมาตัดไหม ไม่เจ็บแล้วค่ะ แต่คันเปลือกตามาก เพราะแผลจะตกสะเก็ดแล้วปัจจุบันประมาณ 3 เดือน ชั้นตาเข้าที่แล้วค่ะ พอดีเป๊ะ สวยงามตามท้องเรื่อง พอตาโตหน้าก็ดูสดใสขึ้น ที่สำคัญแต่งตาง่ายขึ้นค่ะ ไม่ต้องติดสติ๊กเกอร์แล้ว เราว่าประหยัดค่าสติ๊กเกอร์มาทำตา2ชั้นไปเลยก็ดีนะ อิอิโรงพยาบาลเลอลักษณ์

สาวสอง โมหน้าใหม่ชุดใหญ่ จนคนเห็นถึงกับตกใจ

เลอลักษณ์ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
สวัสดีค่ะ เราเป็นสาวสองค่ะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตัดกรามค่ะ (กระทู้แรกหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ) แต่ก่อนมีปัญหาเรืองโครงหน้าใหญ่มากๆค่ะ ก่อนหน้านี้เราได้มาเสริมจมูกที่เลอลักษณ์ไปเเล้วค่ะ หน้าเราเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ประทับใจมากๆค่ะ หลังจากนั้นเราก็อยากจะตัดกราม ซึ่งกรามของเราค่อนข้างใหญ่แบบชัดเจนเลยค่ะ จริงๆเราก็เคยคิดจะผ่าตัดกรามมานานแล้ว ซึ่งเราก็ใช้เวลาหาข้อมูลและทำใจอยู่นานเหมือนกันนะคะ แต่ยังไม่กล้า จนในที่สุดก็เลือกมาทำที่เลอลักษณ์ค่ะ

เลอลักษณ์

ด้วยความที่เราทำงานต้องใช้หน้าตา เลอลักษณ์ แถมตัวเราก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจด้วยค่ะ เวลาเเต่หน้าหรือถ่ายรูปออกมา คือมันชัดมากๆค่ะ ว่ากรามใหญ่เกินหน้าเพื่อนมากๆค่ะ ก็สาเหตุที่เราเลือกทำที่นี่ เพราะเชื่อว่าทำในโรงพยาบาลน่าจะมีความปลอดภัย และได้มาตรฐานมากกว่า อีกอย่างตัดกรามเป็นผ่าตัดใหญ่ ต้องวางยาสลบด้วยค่ะ

พอนัดวันทำก็เคลียร์คิวตัวเอง เพื่อมาทำศัลยกรรมโดยเฉพาะ ในใจตอนนี้คือพร้อมมากค่ะ ไม่กลัวอะไรเเล้ว ความเจ็บไม่มีในสมองเเล้วค่ะ ตอนนี้กลัวตื่นมาเเล้วสวย จะตกใจ ตื่นเต้นมากกว่า 555

ต้องบอกว่าคุณหมอใจดีมากๆค่ะ ให้คำปรึกษาทุกอย่างได้ละเอียด เข้าใจง่ายดี หมอบอกว่าจริงๆ กรามเราค่อนข้างใหญ่มากๆค่ะ แต่หมอจะพยายามตัดออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหน้าเรียว VShape ปังสวย แบบถาวร

จากนั้นเราก็ได้ไปที่ห้องพัก โรงพยาบาลจัดห้องพัก VIP ไว้ให้ค่ะ ห้องสะอาด กว้างขวาง มี TV ห้องน้ำ เเละให้ญาตินอนเฝ้าได้ด้วยนะคะ เพราะหลังทำเราต้องนอนพักฟื้นดูเพื่อดูอาการค่ะ

หลังจากนั้นซักพักก็มีเจ้าหน้าที่มารับไปห้องผ่าตัด ก็จะมีการดมยาสลบ โดยวิสัญญีเเพทย์ค่ะ เรานอนลงบนเตียง มีพยาบาลเอาอะไรมาติดตรงหน้าอก น่าจะเป็นเครื่องวัดหัวใจ หมอเอาหน้ากากมาครอบจมูก บอกให้หายใจเข้าลึกๆ แล้วเราก็หลับไป ตอนทำนี่คือไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะคะ ตื่นมาอีกทีอยู่ห้องพักฟื้น ความรู้สึกเจ็บไม่เท่าไหร่ แต่แน่นมากเพราะมีผ้าพันกรามเอาไว้อย่างแน่น แต่ทนได้ค่ะ สู้ตายคะทุกคน…. และก็มีสายระบายเลือดใส่ไว้ให้ด้วยค่ะ วันต่อมา คุณหมอก็จะมาเอาสายระบายเลือดออกแล้วก็ให้กลับบ้านได้ค่ะเลอลักษณ์

อยากหน้าท้องแบนราบรู้ไว้

ฉีดสลายไขมัน การ “ฉีดเมโสแฟต” หรือ Meso Therapy คือการฉีดไขมันรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยากลดหน้าท้องของตัวเอง กระวนการดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Meso fat ด้วยการผลักเอาวิตามินเข้าไปสู่ชั้นด้านในของไขมัน เชื่อว่าจะช่วยลดสัดส่วนให้สาวๆ มีรูปร่างที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาไขมันหน้าท้อง มีพุงยื่น วิธีการดังกล่าวคือ การฉีดลดไขมัน และเซลลูไลต์เฉพาะจุด จึงเป็นที่นิยมอย่างมาก สำหรับคนที่ไม่อยากรอนาน อยากให้ตัวเองผอมเร็วขึ้น

ฉีดสลายไขมัน

แต่สาวๆ รู้หรือไม่ว่า การลดหน้าท้องด้วยวิธีนี้ เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างยิ่ง ฉีดสลายไขมัน เพราะมีการผสมยาสเตียรอยด์เข้าไปด้วย และอีกชุดเป็นชนิดของยาที่ไม่ได้รับรองในการนำมาใช้เพื่อการฉีด ใครที่กำลังตัดสินใจใช้วิธีก้าวกระโดดแบบนี้ แนะนำว่าลองศึกษาข้อมูลกันให้ดีก่อนเสี่ยงจะดีกว่าค่ะเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสาวๆ ได้เข้าใจถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น หลักการแรกที่เข้าใจได้ไม่ยากเลยคือ ยาที่นำมาใช้ในกระบวนการย่อยสลายไขมันหน้าท้อง และส่วนอื่นๆ เฉพาะจุด จะเป็นกลุ่มยาสเตียรอยด์ ที่เราต่างก็เข้าใจกันดีว่าเป็นยาที่มีอันตรายหากไม่ได้รับการควบคุมจากผู้เชี่ยวชาญ ยาชนิดนี้มีฤทธิ์เพื่อต้านการอักเสบเป็นหลักตามหลักทางการแพทย์ แต่ผลกระทบที่พบคือ ทำให้ไขมันสลายต่อ มีขนาดฝ่อเล็กลง ด้วยผลตรงจุดนี้ เหล่าคนฉลาดหัวใสจึงนำเอามาใช้เป็นสรรพคุณเพื่อทำหน้าที่สลายไขมันเฉพาะจุด ด้วยการฉีดเข้าสู่ร่างกาย และต้องฉีดในปริมาณมาก แน่นอนว่าเสี่ยงที่มันจะเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น การติดเชื้อ ภาวะบวมตามร่างกาย และผิวหนังบุ๋ม เป็นต้น

อยากหน้าท้องแบนราบรู้ไว้ “ฉีดเมโสแฟต” ลดหน้าท้อง อันตรายกว่าที่คิด !
ส่วนยาอีกกลุ่ม เป็นยาที่นิยมใช้กันในต่างประเทศ เช่น Deoxycholate, L-carnitine และ Minerals เป็นต้น เป็นยาที่ยังไม่ผ่านการรับรองจากประเทศไทย แต่ด้วยกระบวนการสลายไขมันด้วยวิธีนี้ กลับถูกนำมาใช้ในการฉีด ดังนั้นการฉีดยาเพื่อลดหน้าท้องด้วยตัวยาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จึงอาจเจอผลกระทบที่ไม่สามารถรับรองถึงความปลอดภัยได้แต่อย่างใด อีกทั้งการฉีดที่ไม่สะอาดเพียงพอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และส่งผลข้างเคียงที่รุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตกันได้เลยทีเดียว

โดยสรุปแล้วการลดหน้าท้องด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้ เป็นสิ่งที่การแพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้ให้การยอมรับ และยังไม่มีการฉีดยาสลายไขมันตัวใดที่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้อย่างปลอดภัย

ทางออกที่ดีที่สุดคือ การพยายามลดอาหารที่มีไขมันสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เพียงแค่มีวินัยและใช้หลักการที่ถูกต้ออง ก็จะช่วยให้ลดหน้าท้องได้อย่างที่ต้องการแล้วล่ะค่ะฉีดสลายไขมัน