วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยวิธีแก้ไขและป้องกันให้ตรงจุด

รักษาฝ้านอกจากปัญหาสิวบนผิวหน้าที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ ที่รักสวยรักงามแล้ว

ยังมีปัญหาฝ้าและกระ ที่กลายเป็นตัวการทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจกันมานักต่อนัก

เพราะเมื่อรอยด่างดำเหล่านี้ปรากฏขึ้นมา กลายเป็นตำหนิที่เริ่มจากบางๆ เมื่อทำการรักษาไม่ถูกวิธีหรือปล่อยทิ้งไว้

ก็จะทำให้สีของมันเข้มมากขึ้น การมองหาวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด สิ่งสำคัญคือการรู้จักต้นตอที่ทำให้เกิดเสียก่อน

จากนั้นก็ควรทำการรักษาให้ตรงจุด ด้วยวิธีการที่ปลอดภัย ซึ่งสาวๆ ที่กำลังเผชิญปัญหานี้

ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ควรมาทำความเข้าใจกับรอยด่างดำเหล่านี้กันให้มากขึ้น จะได้หาแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุดมากที่สุดนั่นเองค่ะ

รักษาฝ้า

ฝ้าต่างจากกระอย่างไร ? รักษาฝ้า
เชื่อว่าส่วนมากต้องคิดว่าฝ้าและกระเป็นลักษณะผิดปกติของสีผิวที่เหมือนกัน

ซึ่งจริงๆ แล้วเราแยกฝ้าออกจากกระด้วยสาเหตุที่ทำให้เกิด กระที่เกิดขึ้นบนผิวหน้ามักจะมาจากความร้อน แสงแดด

ทว่าฝ้าจะมีส่วนของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากพอสมควร นอกจากนี้ฝ้ายังสามารถส่งผ่านทางพันธุกรรมได้ด้วย

ใครที่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องเป็นฝ้า โอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผิวเกิดฝ้าได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

เมื่อรักษาหายแล้วยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงด้วย

ไม่ใช่เพียงแสงแดดเท่านั้นที่ทำให้เกิดฝ้า แต่ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว

พบได้ในหญิงตั้งครรภ์และวัยทอง แม้ผิวไม่สัมผัสแดด ก็พบรอยเม็ดสีขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน

ชนิดของฝ้า
ฝ้าแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ซึ่งจัดแบ่งตามความลึกตื้น ได้แก่

1.ฝ้าที่เกิดในระดับตื้น

เป็นฝ้าที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับเดียวกันกับชั้นหนังกำพร้าหรือผิวชั้นนอกนั่นเอง

เป็นฝ้าที่พบได้บ่อยและเกิดได้ง่าย มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม มองเห็นชัดเจน โดยเฉพาะส่วนขอบ

แต่รักษาได้ง่ายและหายไว การรักษาไม่ยุ่งยากหากผู้ป่วยรู้จักดูแลตัวเองไปพร้อมๆ กับการทายารักษาแบบอ่อน

ร่วมกับการใช้ครีมกันแดดป้องกันผิว หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดด ฝ้าที่เกิดขึ้นก็จะค่อยๆ จางลงและลบเลือนไปในที่สุด

2.ฝ้าที่เกิดในระดับลึก

เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก และมีความซับซ้อน อาการผิดปกติของเม็ดสีจะอยู่ลึกลงไปมากกว่าชั้นหนังกำพร้า

ในส่วนของหนังแท้ สังเกตได้ว่าจะเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน มองเห็นขอบได้ไม่ชัดเจน ส่วนมากการรักษาจะช่วยให้ฝ้าลดเลือนลงไปได้

แต่ไม่ถึงกับทำให้หายขาด สามารถใช้ยาทาฝ้าร่วมกับครีมกันแดดได้

เพียงแค่ทำให้ฝ้าไม่เข้มขึ้นไปกว่านี้ หรือจางลงกว่าเดิมเท่านั้น ร่องรอยด่างดำก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

**ฝ้าทั้งสองชนิดที่พบบนผิวหน้า อาจจะเกิดขึ้นเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่บางคนก็สามารถเกิดฝ้าทั้งสองชนิดพร้อมๆ กันได้**

ต้นตอที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดฝ้า
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝ้า มีตัวกระตุ้นหลายอย่างเข้ามาพร้อมๆ กัน จนไปทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนังถูกทำลาย

เกิดความผิดปกติในการสร้างเซลล์เม็ดสีมากขึ้น ทำให้มองเห็นเป็นจุดด่างดำขึ้นมา โดยปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เกิดฝ้า คือ

1.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

เนื่องจากฝ้ามีตัวกระตุ้นเป็นฮอร์โมนจากร่างกายเพิ่มเข้ามาด้วย

ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่แม้คนไม่ค่อยโดนแสงแดดก็เกิดเป็นฝ้าขึ้นบนผิวหน้าได้ ฮอร์โมนจะเข้าไปส่งผลให้เม็ดสีทำงานผิดปกติ

เช่น เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน, การตั้งครรภ์, การได้รับยาฮอร์โมนจากภายนอก,

การรับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน เป็นต้น

2.การที่ผิวสัมผัสกับแสงแดด

ปัจจัยจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์สร้างเม็ดสีได้เป็นอย่างมาก

เนื่องจากในแสงแดดมีรังสีอุลตราไวโอเลต และแสงชนิด visible light ที่ยิ่งเป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าได้มากขึ้น

โดยความเข้มข้นของรังสีจะมีมากในช่วง 10 โมงเช้าไปจนถึงบ่ายสามโมง หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด

3.การใช้เครื่องสำอางเป็นประจำ

เนื่องจากเครื่องสำอางมีส่วนประกอบของสารเคมีอยู่เป็นจำนวนมาก สาวๆ ที่ต้องใช้เครื่องสำอางเป็นประจำ

มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผิวหน้าเกิดอาการระคายเคือง อีกทั้งการล้างทำความสะอาดไม่หมด

ผิวอาจจะเกิดอาการแพ้ และทำให้เป็นรอยด่างดำจากเม็ดสีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับฝ้า

โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสี และน้ำหอม

4.การส่งผ่านทางพันธุกรรม

พันธุกรรมมีส่วนที่ทำให้การเกิดฝ้าได้ง่ายขึ้นกว่าในคนปกติถึงร้อยละ 50 เลยทีเดียวรักษาฝ้า

แค่คนอยากขาว

อยากขาว เผยผิวขาวใส เนียนเด้ง กระจ่างใสด้วย วิชี่ ไอเดียเลีย ลูมิเย่ เอสเซ้นส์ สุดยอดนวัตกรรมการชาร์จพลังผิวที่ทำงานลึกถึงระดับเซลล์ ตรงเข้าจัดการ 4 ปัญหาผิว มีส่วนผสมจากแร่ธาตุ 15 ชนิด ในน้ำแร่วิชี่ ช่วยปรับสมดุลpH ผิว ให้ผิวดูสุขภาพดี เนื้อเอสเซ้นส์สดชื่น บางเบาซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งความมันเงาคุณสมบัติ VICHY Essense

อยากขาว

 

เด็กผู้หญิงคนนึงพ่อเป็นคนจ.นครศรีธรรมราช แม่เป็นคนภูเก็ตสรุปคือเด็กใต้แท้ๆ อยากขาว เกิดมาตัวดำเรียกได้ว่าดำตับเป็ด มีเหตุให้ครอบครัวต้องย้ายจากที่ใต้มาอยู่กทม อยู่ได้ปีนึงก็ย้ายมาอยู่ที่ชลบุรีตอนนั้นเรียนอ.3 เรียนมาจนโตไม่เคยคิดที่อยากจะมีผิวขาวๆกับเค้าเลย
รูปตอนอ.3ดำมากๆรูปเก่ามากๆดูจากร่องรอย

จนมาวันนึงได้ไปเจอกับป้าคนนึงเค้า(ขายสินค้าแอมเวย์)ได้พูดกับเราว่า “หนูผิวดำสกปรกแบบนี้มาลองใช้สินค้าของป้าตัวนี้สิดี” ตอนนั้นเราฟังแล้วประโยคนี้เจ็บมากๆมันจี๊ดที่สุดจำฝังใจที่สุด แล้วก็พูดกับป้าว่า “หนูไม่ซื้อค่ะที่ผิวหนูลายแบบนี้เพราะน้ำเหลืองไม่ดี” แล้วก็เดินออกมาจากป้าคนนั้นเลย ตอนนั้นในใจคิดเจ็บใจมากๆแล้วหันมาดูตัวเอง เออมันก็จริงอย่างที่เค้าพูดทั้งดำทั้งลายดูสกปรก ด้วยความเจ็บใจบอกกับตัวเองว่าคอยดูละกันจะขาวและเนียนให้ดู
ผิวก่อนเริ่มดูแลคนขวาสุด ขี้เหร่มากๆฮ่าๆ

สภาพผิวเราตอนนั้นเป็นคนผิวดำมากๆและน้ำเหลืองไม่ดีเวลาโดนยุงกัดจะแพ้มากๆและเป็นแผลง่ายมากๆ ผิวกร้าน เข่า ข้อศอกและตาตุ่มด้านสรุปไม่มีอะไรดีเลย

จากนั้นก็เริ่มหาครีมมาทา ซักพักเอ๊ะทาอย่างเดียวมันไม่ขาวแต่มันดูไม่แห้งกร้านเหมือนเดิม ก็เริ่มหาอาหารเสริมมาทานตอนนั้นจำได้ว่ายี่ห้อGlowกล่องสีม่วง เภสัชบอกว่าอยากให้ขาวไวให้ทานวันละ2เม็ด กล่องนึงทานได้แค่15วันสรุปเดือนนึง2กล่อง เฮ้อ..เปลืองตังค์แต่อยากสวยยอม

แล้ววันนึงบุพเพอาละวาดได้พาเราไปเจอร้านขายสมุนไพร พี่คนนั้นเห็นเรามองๆก็เดินมาถามว่า”อยากได้แบบไหนคะ”เราก็บอกไปว่า”หนูเป็นคนน้ำเหลืองไม่ดีผิวลายดำด้วยใช้ตัวไหนดีคะ” พี่เค้าเดินไปหยิบมา2ตัวเป็นตัวขัดผิวกับครีมพร้อมพูดว่า”มันคือทนาคาเป็นสมุนไพรของพม่าน้องเห็นผิวสาวพม่ามั้ยเนียนๆทั้งนั้น” ในใจเออจริงพม่าข้างบ้านผิวดีมากๆเค้าชอบพอกอะไรเหลืองๆ และพี่ก็พูดต่อว่า”ตัวนี้ใช้ขัดอีกตัวนึงใช้ทานะคะมันจะช่วยเรื่องจุดด่างดำเลยหละ” เราก็เอา2ตัวนี้ค่ะ จำได้ราคาประมาณขวดละ2กว่าบาท
รูปตอนเริ่มขัดมาซักระยะ คนกลางจ้า

ใช้มาซักพักรอยดำมันจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เรื่องขาวตอนนั้นเราไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ คนรอบข้างเริ่มทักไปทำไรมา ตอนนั้นจะขัดผิววันเว้นวันเลย(ทานGlowด้วย) หมดก็ไปซื้อมาใช้อีกใช้มาได้ประมาณ4ชุด เอ้ากรรมอะไรพี่เค้าไม่มาขายที่เดิมแล้วเบอร์ก็ไม่มีละชั้นจะใช้อะไร แต่ชีวิตต้องก้าวต่อไปหาอย่างอื่นมาแทนไปเรื่อย

กิจวัตรตอนนั้นหลังอาบน้ำต้องทาครีม ขัดตัววันเว้นวัน ทานอาหารเสริม ลดน้ำอัดลมเปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้แทน ทานผักเยอะๆจากไม่เคยพิศวาสเลย ทากันแดดทุกวันไม่ว่าจะออกไปนอกบ้านหรืออยู่บ้าน เดินหลบแดดกลัวแดดเหมือนมันจะมาฆ่าเรา พอเห็นแดดร้องว๊ายอิอิ

ทำมาซักระยะ(นานเหมือนกันนะคะ)จากเด็กใต้ตัวดำๆผิวกร้านตัวลายกลายเป็นอีกคนนึงเลยไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทำได้ ผิวที่เคยลายไม่หลงเหลือรอยดำๆให้เห็น ผิวกร้านๆก็ไม่มี ผิวดำๆก็ขาวแต่ก็ไม่ขาวมากเท่าปัจจุบัน
พอผิวดีแล้วเราก็ดูแลผิวเหมือนเดิม ขัดผิวลดมาเหลืออาทิตย์ละ1-2ครั้ง หลังอาบน้ำจะต้องทาครีมทุกครั้ง ติดครีมทาผิวกับครีมกันแดดวันไหนไม่ทาจะคลั่งตาย พยายามไม่ให้ยุงกัดเอ๊ะสั่งได้หรอ ได้สิจ๊ะที่ไหนยุงชุมจะทาโลชั่นกันยุงไว้ก่อน(ปัจจุบันนี้ในกระเป๋ายังติดโลชั่นทากันยุงอยู่เลย) ไม่แกะแผลไม่เกาแรงๆเวลาโดนอะไรกัดต่อยใช้เล็บกดๆเอา
จากนั้นวันนึงเล่นเน็ตไปเจอร้านนึงทางเน็ตก็สนใจครีมเค้าหลายตัวเลย แต่ที่หลักๆคือสครับข้าวหอมมะลิ,โลชั่นaha,ตัวฟอกผิวชาขาวแบบไม่ฟอกขน(ตัวนี้นี้ยอมเสี่ยงลองเลยกลัวมันจะแพ้) ก็สั่งมาใช้สรุปขาวขึ้นมากจากเดิมจริงๆใช้มาระยะนึง เลิกใช้เพราะว่ามันเปลืองอะ ราคาสูงอยู่กระปุกเล็กด้วย ก็หันมาหาพวกของที่มีขายทั่วๆไปมาแทน
ก็ดูแลตัวเองมาตลอดจนมาวันนึงพี่ชายชวนไปชะอำ โอ๊ยกลัวแดดยิ่งกว่าไรดีแต่นานๆทีไปก็ไป ไปถึงกระโดดลงน้ำคนแรกตอนนั้นไม่ห่วงสวยแล้ว สรุปกลับมาไหม้เป็นรอยกางเกงกับเสื้อกล้ามสรุปรอยชุดที่ใส่นะหละ แต่ก็ไม่ได้ดำมากจนน่าเกลียดแค่คล้ำๆ คราวนี้ทำไงอะ และแล้วแฟนพี่ชายก็มาบอกว่า”กุ้งเค้าไปลองฉีดผิวมาหละ”ไอ้เราก็ว่าแล้วเห็นขาวๆขึ้น(ไปชะอำมาพร้อมกันดำเหมือนกัน) เราก็พูด”เฮ้ยขาวขึ้นจริงๆนะเนี๊ย” ไปลองมั่งดีกว่าอยากขาว

วิธีรักษาสิวอุดตัน ให้หมด เกลี้ยงหายวับในพริบตา

สิวอุดตัน วิธีรักษา สิวอุดตัน สิวเป็นหนึ่งในปัญหาทางด้านผิวพรรณสุดปวดหัวที่ทุกคนต่างส่ายหัว และไม่ต้องการที่จะให้พวกมันปรากฏตัวขึ้นมาบนใบหน้าของตัวเอง เพราะนอกจาก สิวอุดตัน จะทำให้ใบหน้าแลดูไม่เรียบเนียนแล้ว สิวยังเป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถันในการรักษา ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง แถมหลายๆครั้งก็จำเป็นที่จะต้องมานั่งคอยดูแลร่องรอยที่สิวทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

สิวอุดตัน

ดูแลอย่างต่อเนื่อง สิวอุดตัน แถมหลายๆครั้งก็จำเป็นที่จะต้องมานั่งคอยดูแลร่องรอยที่สิวทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า โดยเฉพาะหลังการ รักษาสิวอุดตัน หลังจากที่หายแล้วอีกต่างหาก ที่สำคัญเมื่อเป็นสิวขึ้นมาบนใบหน้า หลายๆคนก็ต้องรีบไปหาซื้อยา กินยา หรือไปพบแพทย์เพื่อรักษา สิวอุดตัน อันเป็นการทำให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาไปเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องสิวๆอยู่ล่ะก็ ลองปฎิบัติตามวิธีการรักษาสิวอุดตัน ของ ครอบครัว Ovolva.com ที่กำลังจะขอแนะนำผ่านบทความในวันนี้ รับรองว่า สิวอุดตัน จะหายเกลียงวับไปจากใบหน้าของทุกคนได้อย่างง่ายๆ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเลยทีเดียว
วิธีกำจัดสิวแบบเร่งด่วนที่สามารถทำได้เองด้วยตัวคุณที่บ้าน

1.พืชผักสมุนไพร หนึ่งในวิธีการ รักษาสิวอุดตัน ยอดนิยม ที่ได้รับการปฎิบัติมากมายหลายสูตรมาตั้งแต่โบราณ ด้วยการหยิบเอาของใกล้ตัวที่มีราคาถูก และปลอดภัยเพราะมาจากธรรมชาติมาใช้ ซึ่งเหล่าพืชผักที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาสิว ได้แก่ กระเทียม ว่านหางจระเข้ ทุเรียน น้ำที่สกัดจากสเลดพังพอน แคโมมีล ใบบัวบก น้ำมะนาว มันฝรั่ง หอมแดง เป็นต้น ซึ่งวิธีการรักษาสิวด้วยสมุนไพรเหล่านี้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำไปคั้นเอาน้ำ หรือหั่นเป็นชิ้น แล้วจัดการแต้ม โปะ ลงไปในบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ จากนั้นทิ้งเอาไว้ครู่หนึ่ง ประมาณ 5-15 นาที ขึ้นอยู่กับฤทธิ์ความเป็นกรดของสมุนไพรชนิดนั้นว่ามากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงล้างบริเวณดังกล่าวออกด้วยน้ำสะอาด

สิวอุดตัน

2. ล้างหน้าด้วยสบู่ Acne Aid เป็นหนึ่งในวิธีรักษาสิวอุดตันอย่างสุดประหยัด ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเว็บบอร์ดทางด้านความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใน Pantip เป็นต้น นอกจานี้สบู่ล้างหน้า Acne Aid ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาโดยทั่วไปอีกด้วย ด้วยการล้างหน้าพร้อมกับถูวนไปรอบๆใบหน้าในขณะที่ทำการล้างอย่างเบามือประมาณ 1 นาที เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนให้ส่วนผสมในสบู่ล้างหน้า สามารถเข้าไปทำความสะอาดผิวหน้าให้มากที่สุด ซึ่งในบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ ขอแนะนำว่าให้ทำการถูอย่างเบามือ และวนทำความสะอาดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะยิ่งกลายเป็นการไปช่วยกระตุ้นให้ สิวอุดตัน มีการอักเสบมากยิ่งขึ้น

3.เช็ดหน้าด้วย Tonner หรือ คลีเซอร์ หลังการล้างหน้าด้วยสำลีทุกครั้ง เพื่อช่วยในการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ภายในรูขุมขนให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสภาพใบหน้าให้พร้อมรับการบำรุงให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สิวอุดตัน

4. แต้มสิวด้วย CLINDA-M หลังการล้างหน้า ก่อนการเข้านอนทุกครั้ง ซึ่งจะช่วยทำให้สิวอักเสบเกิดการยุบตัวลงอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยทำให้หัวสิวเปิดทำให้เกิดการกำจัดไขมันส่วนเกินในรูขุมขนออกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ตามร้านขายยาทั่วไป

วิธีการ รักษาสิวอุดตัน เหล่านี้ อาจจะฟังดูเหมือนง่ายๆ แต่ถ้าหากไม่ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด เป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอแล้ว ใบหน้าของคุณก็อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะหายจากสิว ซึ่งวิธีการเหล่านี้รับรองว่าได้ผลที่ดีเยี่ยม ยิ่งกว่าการไปเข้าสถาบันเสริมความงามเพื่อจัดการปัญหาเรื่องสิวเสียอีกสิวอุดตัน

รีวิววิตามินซี Pantip 10 รีวิวกินวิตามินซีบํารุงผิวขาวจริงไหม

วิตามินบำรุงผิว วิววิตามินซี Pantip วิตามินซีบํารุงผิวขาวจริงไหม รีวิวการกินวิตามินซี สำหรับการดูแลสุขภาพแล้ว วิตามินซีสามารถช่วยดูแลผิวให้ขาวเนียนใส พร้อมไปกับการดูแลสุขภาพภายในของร่างกาย

แต่การพูดก็คงไม่เท่าการใช้แล้วเห็นผลจริง ดังนั้นจึงมีคนสงสัย และเมื่อมีคนตั้งคำถาม ก็จึงมีผู้ที่เคยกินวิตามินซีแล้วเห็นผล เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์การกินวิตามินซี ว่าแต่จะมีรีวิววิตามินซียังไงบ้าง เรามาชมไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ — รีวิววิตามินซี Pantip

วิตามิินบำรุงผิว

รีวิววิตามินซี Pantip ความคิดเห็นที่ 1 วิตามินซีเราว่ามันทำให้ผิวกระจ่างใสค่ะ ส่วนตัวกินวิตามินซีต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน — วิตามินซียี่ห้อไหนดี

วิตามินซีบํารุงผิวขาวจริงไหม

2 . วิตามินซีบํารุงผิวขาวจริงไหม วิตามินบำรุงผิว
วิตามินซีบํารุงผิวขาวจริงไหม ความคิดเห็นที่ 3 แนะนำกินวิตามินซีพร้อมน้ำมะเขือเทศดอยคำค่ะ ทานมา 1 ขวดกว่าๆเห็นได้ชัดเลยทีเดียวค่ะ ผิวใสขึ้นมากๆ

3 . วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว ความคิดเห็นที่ 4 เราว่ากินวิตามินซีแล้วเห็นผลนะคะ แต่ก่อนกอดคอถ่ายรูปกับเพื่อน ดูรูปแล้วเราดำ ผิวหมองคล้ำมาก หลักจากกินมาระยะหนึ่ง พอเอารูปที่กอดคอกันถ่ายรูปมาดูอีกที ผิวของเราผ่องขาวใสกว่าเยอะค่ะ เพื่อนเห็นด้วย เลยรีบซื้อวิตามินซีมากินตามเลย…

4 . วิตามินอาหารเสริม
วิตามินอาหารเสริม ความคิดเห็นที่ 5 ขาวมั้ยไม่แน่ใจ แต่เรากินวิตามินซีผิวใสแล้วเนียนขึ้น แต่เรากินคู่กับอาหารเสริมเกรพซีดนะ

วิตซี

5 . วิตซี
วิตซี ความคิดเห็นที่ 6 เรากินวิตซีอยู่ค่ะ จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจจะกินจนเน้นเรื่องขาวใส แต่เรากินเพราะเราป่วยกับการเป็นหวัดบ่อย แต่ผลที่ได้หลังจากทางวิตามินซีคือ ผิวเราใสขึ้น ดูมีน้ำมีนวล แล้วอาการหวัดก็ไม่เป็นด้วย ปลื้มสุดๆ

วิตามินซีผิวขาว

6 . วิตามินซีผิวขาว
วิตามินซีผิวขาว ความคิดเห็นที่ 7 เรากินวิตามินซีแล้วผิวใสดีกว่าค่ะ รับประทานวิตามินซีสัก 2000 มก.ต่อวัน พร้อมกับการกินน้ำเยอะๆด้วยนะคะ

วิตามินบํารุงผิว Pantip

7 . วิตามินบํารุงผิว Pantip
วิตามินบํารุงผิว Pantip ความคิดเห็นที่ 11 ไม่แน่ใจว่าผิวขาวขึ้นเพราะอะไรนะคะ เพราะกินอาหารเสริมบำรุงอยู่หลายตัว รวมถึงวิตาซีรวมๆแล้วเกือบ 1500 มก. ต่อหนึ่งวัน แต่เราดื่มน้ำเปล่าเยอะพร้อมกับการออกกำลังกายทุกวัน วิตามินซีถ้าอยากกินให้เข้าถึงผิวต้องกินร่วมกับอาหารเสริมประเภทอื่นๆด้วย

จริงๆเราก็ชอบกินผักผลไม้นะคะ เรื่องความขาวใสของผิว การกินอาหารเสริมรวมถึงวิตามินซี ถ้าจะทำให้เห็นผลเร็วขึ้น จะเร็วหรือจะช้ายังไงก็ขึ้นอยู่กับอายุ ผิวพรรณ และการบำรุงผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ

8 . รีวิววิตามินซี
รีวิววิตามินซี ความคิดเห็นที่ 14 เเนะนำ เป็นแบบแผนเลยนะค่ะ

ตอนเช้าตรู่เลยนะ 6.00 เช้า – น้ำเปล่าเต็ม 2 แก้ว
ตอนเช้ากินข้าวพร้อมกับกินวิตามินซี – กินน้ำเยอะๆ
ตอนเที่ยงเย็น กินข้าว – กินน้ำเยอะๆ
ตอนดึกๆ ให้ดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำ !

ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ เพราะต้องใช้เวลาอย่าเร่งรีบบบ

9 . วิตามินซี Pantip
วิตามินซี Pantip ความคิดเห็นที่ 15 เราว่ามันช่วยให้ผิวพรรณดูใสขึ้นมากกว่านะ อย่างเรากินวิตามินซีหลักๆ ที่รู้สึกได้เลยคือ ไม่ค่อยเป็นหวัด ผิวพรรณใสขึ้น ดูผ่องๆ น่ะค่ะ

10 . วิตามินซีผิวขาว Pantip
วิตามินซีผิวขาว ความคิดเห็นที่ 16 เราทานวิตามินซีหลังอาหารเช้าเย็นค่ะ ผิวเนียน ใส ลื่นดีค่ะ ตัวนี้ช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวด้วย ส่วนตัวก็ดีนะคะ แต่ต้องทานต่อเนื่องเพื่อสุขภาพด้วยค่ะ

วิตามินซี

10 รีวิวการกินวิตามินซีบำรุงสุขภาพผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ
เป็นอย่างไรกันบ้างกัน 10 รีวิวการกิน วิตามินซี บำรุงสุขภาพผิวขาวเนียนใส และเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายภายใน ถ้าเพื่อน ๆ ยังอยากเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิตามินซีอีก

ก็กดเมนูด้านขวาในคำว่าวิตามินซีได้เลย หวังว่าจะเรื่องราววิตามินซีที่คัดกรองมาแบ่งปันในวันนี้ จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ ในการบำรุง ดูแลสุขภาพ ไม่มากก็น้อย วันนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะวิตามินบำรุงผิว

[CR]Review ดั้งโด่ง

ดั้งโด่งสวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมารีวิวจมูกที่ไปกับ รพ.เลอลักษณ์ มาให้ชมกันนะคะ
ก่อนอื่นเลย นี่รูปเราเองก่อนที่จะไปทำ

ดั้งโด่ง

นี่เป็นเหตุผลค่ะ^^ เพราะดั้งค่อนข้างแบนกันทีเดียว ดั้งโด่ง นอกจากดั้งแล้วหน้าก้ยังแบนตามกันไปอีก 5555
ก้เลยตัดสินใจทำจมูกค่ะ แต่ก่อนจะทำเราก็คิดนานพอสมควรเลยแหระลังเลเป็นปีสองปีเลย จนกระทั่งเห็นเพื่อนๆเขาทำกันมาเยอะและเขาดูสวย เราเองก็ใกล้จะเรียนจบแล้วอยากจะถ่ายรูปตอนรับปริญญาออกมาสวยๆหน่อย^^
นั่นละค่ะ!! พอคิดได้เราก็เริ่มศึกษาถามจากเพื่อนที่ทำไปแล้วบ้าง ดูจากอิเทอเน็ตถึงผลดีผลเสีย การดูแลตนเอง และรีวิวที่เพื่อนๆนำมาให้ชมกัน
เพราะเราคิดว่าจะทำจมูกทั้งทีอยากจะทำแค่ครั้งเดียวและปลอดภัยกับตัวเราให้มากที่สุด ราคาก็เหมาะสมสำหรับนักศึกษาอย่างเราที่กว่าจะเก็บตังมาจนครบ 5555
ก้เลยตกลงมาเลือกที่ รพ.เลอลักษณ์นี่ละคะ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่ปลอดภัย สะอาด ปลอดเชื้อ และทำกับคุณหมอที่เก่งและประสบการณ์เยอะ
เราตัดสินใจเลือกเสริมจมูกทรง Princess nose + Botox ที่เป็นโปรโมชั่นอยู่ตอนนี้ค่ะ และเลือกจองคิวทำกับคุณหมอปิติ(ซึ่งก็เห็นรีวิวของคุณหมอเยอะเหมือนกันคะว่าทำออกมาแล้วสวย) เรานัดทำวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 จองล่วงหน้าเกือบ 3 เดือนเลย แต่เราใจร้อนค่ะพอใกล้ถึงเลย ขอเลื่อนเป็นวันที่ 2 สิงหาคม 25559 เรียบร้อยแล้วเราก้ไปทำ
พอไปถึงก็ยื่นบัตรทำประวัติ เลือกซิลิโคน จ่ายเงินและจ่ายค่ายาค่ะ แล้วก็จะมีพนักงานเรียกเราไปตรวจร่างกาย และถ่ายรูป แล้วก็ไปเปลี่ยนชุดใส่หมวกคลุมผมล้งหน้าด้วยน้ำยา และก็ไปนั่งรอเรียกชื่อไปพบคุณหมอคะ
พอเจอหน้าคุณหมอ คำแรกที่ทักเลยคือหนูมีเนื้อจมูกน้อยนะ ทำไปก็จะโด่งไม่มากอาจไม่เหมือนในรีวิวนะ
เราก็คิดว่า ไหนๆก็ตั้งใจมาแล้ว และเราเชื่อฝีมือของหมอ ก็เลยบอกไปว่าเอาที่ธรรมชาติและเท่าที่เนื้อจมูกหนูได้ค่ะ
จากนั้นก็เริ่ม!! เรานอนบนเตียงพี่พยาบาลมาฉีดยาที่แขนให้และบอกให้เรากลืนน้ำลายเรื่อยๆ (และเราก็สลบไป) ตื่นมาอีกทีคุณหมอก็ขออนุญาตขีดเส้นที่จมูก และก้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนเลยคะ เราจะรู้สึกตัวตลอดคุณหมอจะพูดจะคุยกับเราตลอดเลย และขณะที่ทำไม่เจ็บเลยคะ
พอเสร็จพยาบาลก็จะมาเราไปนั่งพักจนไหวแล้วเราก้ค่อยลุกออกไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับบ้านได้เลยคะ

ตอนนี้ก็ครบ 2 wks. แล้วค่ะหลังจากที่ทำมา
จากประสบการณ์ก็คือว่ามันไม่ได้น่ากลัวหรือว่าอันตรายอย่างที่เราคิดเลย หากเรารู้จักเลือกและดูแลตนเอง หาข้อมูลที่ถูกต้อง รพ.ที่ได้มาตรฐาน คุณหมอมีประสบการณ์ในเฉพาะด้าน และที่สำคัญเลยคือการดูแลตนเอง^^
ตอนนี้จมูกก็เริ่มเข้าที่แล้ว ไม่บวมไม่ช้ำแล้วค่ะ แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันเราพักฟื้นน้อยมาก ปวดบวม และช้ำน้อยมากด้วยคงอาจเป็นเพราะคุณหมอมือเบาด้วยคะ ^^
โดยส่วนตัวแล้วชอบนะคะ มันดูเป็นธรรมชาติ สำหรับคนเนื้อน้อยอย่างเราได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายแล้วค่ะ ^^
ทรงสวย หวาน เหมือนที่ทางโรงพยาบาลบอกใว้เลยตอนนี้มั่นใจขึ้นเยอะเลยคะไม่ค่อยกังวลอะไรแล้ว ^^
สำหรับคนที่กำลังมองหาหรือคิดอยากจะเสริมจมูกเราขอแนะนำที่นี่ไปพิจารณาอีกที่แล้วกันนะคะ

**ขอบคุณนะคะผู้ที่เข้ามาชม อันนี้เป็นกระทู้แรกของเราเลยอาจมีผิดพลาดไปบ้างไม่ว่ากันโน๊ะ!!^^ดั้งโด่ง

[CR]รีวิวสักคิ้ว 3 มิติ ฉบับคนกลัวเข็ม!

คิ้วสามมิติ สวัสดีค่ะเพื่อนๆห้องแป้งทุกคน ยิ้มเมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว หนีไปสักคิ้ว 3 มิติมาค่ะ…ขอเกริ่นก่อนว่าเป็นคนขี้กลัวมาก โดยเฉพาะเข็มกับเลือด! กลัวขนาดแค่เจาะหูยังไม่กล้าเลยค่ะ แต่ที่ตัดสินใจไปทำ ก็เพราะว่าตัวเองคิ้วบางเหลือเกิน

คิ้วสามมิติ

นนนน บางจนวันไหนถ้าไม่แต่งหน้า คิ้วสามมิติ นึกว่าแม่ชียังไงยังงั้นเลยค่ะ ร้องไห้ บวกกับตัวเองเป็นคนที่หน้าสองด้านไม่เท่ากัน โดยหน้าด้านขวาโหนกคิ้วและตาจะสูงกว่าด้านซ้ายนิดหน่อย (คือถ้ามองผ่านๆก็ไม่รู้ค่ะ แต่ถ้าจ้องหน้าตรงนานๆหรือถ่ายรูปติดบัตรก็จะรู้ทันที) ทำให้ต้องใช้เวลาเขียนคิ้วในแต่ละวันเพื่อออกมาทำงานนานกว่าแต่งตาอีกค่ะ….(แถมบางวันเขียนมาไม่เท่ากัน กลายเป็นว่าเหมือนคนยักคิ้วอยู่ตลอดเวลา)

ตัดสินใจไม่ได้ กล้าๆกลัวๆอยู่เป็นเดือน จนเพื่อนสาวมาทักว่าอยากสักคิ้ว 3 มิติ เท่านั้นแหละค่ะ! มีเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้ว อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเราไม่เจ็บตัวคนเดียว (ฮ่าๆ) เราก็เลยรับอาสาขอเป็นคนเลือกร้านที่จะไปทำเอง จนไปเจอร้านของคุณก้อย (จริงๆเรียกว่าบ้านดีกว่าค่ะ เพราะไปทำกับคุณก้อยที่บ้านเลย)

พอโทรไปสอบถาม ก็ปรากฏว่าอยู่ใกล้บ้านเรานิดเดียวเอง แถมราคาก็อยู่ในงบที่ตั้งไว้ด้วย เลยไม่ลังเลแล้วค่ะ ตกลงนัดคิวกับคุณก้อยทันที…

มาดูรูป Before กันก่อนค่ะ…

เรานัดคิวกับคุณก้อยไว้ 10 โมงค่ะ แอบไปถึงเลทนิดหน่อย เพราะซอยบ้านคุณก้อยลึกพอสมควร…ระหว่างทางใจก็ตุ้มๆต่อมๆ เลยบอกกับเพื่อนที่จะสักอีกคนนึงว่า “ยังไงชั้นให้แกทำก่อนเลยนะ…ไม่ต้องกลัว!”

พอจอดรถเสร็จ คุณก้อยก็ออกมารับ แล้วก็เอาน้ำมาเสิร์ฟให้ แถมเปิดหนังให้ดูอีก บรรยากาศสบายเหมือนอยู่ที่บ้านตัวเองเลยค่ะ… ระหว่างที่เพื่อนเรากำลังสัก คุณก้อยก็จะแวะมาลงยาชาให่เราด้วย ยาชาตัวแรกที่ใช้เป็นลักษณะครีมสีขาวค่ะ นำมาป้ายคิ้วทั้งสองด้าน แล้วก็น้ำแผ่นพลาสติก 3M มาปิดทับไว้ แ้ล้วเราก็ไปนั่งดูหนังต่อได้ค่ะ..

ยาชาตัวแรกนี้ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที – ครึ่งชั่วโมงค่ะ (ไม่แน่ใจเพราะมัวแต่ดูหนังกับเม้าส์มอย แฮะๆ) รู้ตัวอีกที ก็โดนคุณก้อยเรียกให้ไปนั่งบนเก้าอี้ เพื่อออกแบบคิ้ว…

คุณก้อยจะถามก่อนนะคะว่ามีแบบคิ้วไว้ในใจไหม? ของเราไม่มีค่ะ บอกแค่ว่า อยากได้โก่งนิดหน่อยและทรงไม่หนามาก เอาให้เข้ากับรูปหน้า…แล้วก็อย่างที่บอกค่ะว่าหน้าเราสองด้านไม่เท่ากัน ซึ่งตรงนี้ทำให้ออกแบบคิ้วให้ออกมาสองข้างเท่ากันเป๊ะๆนั้นทำได้ยากมากกกก.. แต่คุณก้อยก็ใจเย็นมากค่ะ ไม่ชอบใจตรงไหนก็บอก คุณก้อยก็จะแก้ให้ หรืออยากให้หนาอีกนิด โก่งอีกหน่อย บอกได้เลยค่ะ คุณก้อยจะแต่งคิ้วเราไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะพอใจ

หลังจากออกแบบคิ้วเสร็จก็จะให้ไปนั่งรอต่ออีกสักพักค่ะ เพราะคุณก้อยจะสลับไปสักเพื่อนเราต่อค่ะ จนเพื่อนเราสักเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็โดนเรียกให้ไปขึ้นเขียง เอ๊ย เตียง! เป็นรายต่อไป (แอบสั่นอยู่ตลอดเวลา) ร้องไห้

ขั้นตอนต่อไปคือ คุณก้อยเอาอะไรสักอย่างมาสะกิดคิ้วเรา เพื่อเป็นการเปิดผิว อยากบอกว่าขั้นตอนนี้แอบเจ็บอ่ะค่ะ เพราะยาชาตัวแรกที่ทาไปมันไม่ชาเท่าไหร่เลย เราก็เลยเกร็งและส่งเสียงร้องเบาๆ จนคุณก้อยบอกว่า ทนหน่อยนะคะ ขั้นตอนนี้แหละเจ็บที่สุดแล้ว (ห๊ะ!)… จากนั้นคุณก้อยก็เอายาชาอีกตัวนึง ซึ่งเป็นแบบน้ำมาหยดใส่คิ้วที่เราได้ทำการเปิดผิวไว้ จะรู้สึกแสบๆค่ะ แต่ก็ทนได้ แล้วก็ให้เราไปนั่งรอยาชาออกฤทธิ์

จนวินาทีระทึกมาถึง คุณก้อยเรียกให้เราลงไปนอนที่เตียงอีกรอบ พร้อมบอกให้เราผ่อนคลายและใจเย็นๆ (เพราะเราเกร็งมากๆ กลัวเจ็บ ฮ่าๆ) แล้วเราก็ได้ยินเสียง ครืดๆ แกร่กๆ ครืดๆ สลับกันไปมาอยู่ประมาณ 10 นาทีค่ะ คุณก้อยก็บอกว่า อ่ะ เสร็จแล้ว….

อยากบอกว่าแทบไม่รู้สึกเลย เพราะยาชาตัวที่สอง มันชามากจริงๆ…..

อันนี้คือหลังจากที่สักซ้ำรอบสองค่ะ คุณก้อยจะให้ทิ้งสีไว้เป็นคิ้วชิ้นจังประมาณ 20 นาที – ครึ่งชั่วโมง…คิ้วสามมิติ

รีวิว คางสวยๆ ปรับรูปหน้า เห็นผลทันที ด้วย ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ วันนี้ฟางมารีวิวการ ปรับรูปหน้า ด้วย ฟิลเลอร์ ค่ะ เชื่อว่าสาวๆ หลายคนก็แอบหาข้อมูลอยู่ใช่ไหมเอ่ย ส่วนตัวเป็นคนที่คิดมาตลอดว่าหน้าตัวเองดูกลมๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อ้วนนะคะ น้ำหนักประมาณ 49 กิโลกรัมค่ะ แต่ถ่ายรูปแล้วออกมาหน้าบวมๆ

ฟิลเลอร์

ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อ้วนนะคะ น้ำหนักประมาณ 49 กิโลกรัมค่ะ ฟิลเลอร์ แต่ถ่ายรูปแล้วออกมาหน้าบวมๆ กลมมาก พยายามอ่านรีวิวและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงามมาบ้าง แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องทำอะไรเลยเข้ามาปรึกษา ขอคำแนะนำกับคุณหมอด้านความงามที่เอยาคลินิกค่ะสาขาที่ฟางมาใช้บริการก็คือเอยาคลินิกสาขาซีคอนสแควร์ศรีนครินทร์ชั้น 3
จุดสังเกตคลินิกจะอยู่โซนโรบินสันขึ้นบันไดเลื่อนมาจะเจอเลยนะคะตรงข้ามกับร้าน SE-ED Book ค่ะ

สำหรับคุณหมอที่ดูแลฟางวันนี้คือคุณหมอฝ้ายซึ่งมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 10 ปีค่ะฟางเล่าปัญหาและความต้องการให้คุณหมอฟังที่สำคัญคืออยากสวยแต่ไม่อยากผ่าตัดคุณหมอให้หันซ้ายหันขวาและแจ้งว่าปัญหาจริงๆของฟางคือคางสั้นไปนิดนึงและถ้าสังเกตดีดีจะเห็นว่าคางเบี้ยวนิดหน่อยรูปหน้ายังไม่สมดุลเท่าไร

พอมองหน้าตัวเองในกระจกเป็นเหมือนที่คุณหมอบอกเลยยิ่งเวลาไม่ยิ้มคางจะดูสั้นทำให้หน้าดูกลม
ซึ่งสัดส่วนของใบหน้าที่สวยงามช่วงหน้าผากจมูกและคางควรมีสัดส่วนที่สมดุลกัน

แล้วอยากจะได้ใบหน้าที่สมดุลขึ้นต้องทำอย่างไรดีคะ ?

คุณหมอแนะนำการฉีดฟิลเลอร์คางค่ะฉีดเพิ่มนิดหน่อยให้ดูสวยแบบธรรมชาติพอคุณหมอแจ้งมาแบบนี้ก็แอบกลัวเพราะไม่เคยฉีดอะไรแบบนี้มาก่อน

เคยได้ยินด้านไม่ดีของการฉีดฟิลเลอร์มาก็เยอะเลยถามคุณหมอทุกเรื่องที่สงสัยซึ่งคุณหมอน่ารักมากค่ะให้คำปรึกษาและตอบคำถามฟางทุกข้อเลย

มาดูกันค่ะว่าฟิลเลอร์คืออะไร?

Filler การฉีดเติมเต็มด้วยสาร Hyaluronic acid (HA) ซึ่งเป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวหนังคอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญของผิวเพราะเป็นส่วนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวหนังช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนและโปรตีนจะเสื่อมสภาพลงเปรียบเหมือนกับสปริงที่หย่อนยานทำให้ผิวหนังยุบตัวลงจึงส่งผลให้ความเหี่ยวย่นริ้วรอยและความชราของผิวพรรณปรากฎให้เห็นชัดเจนมากขึ้นฟิลเลอร์

[CR]รีวิว สักคิ้ว 6 มิติ ร้าน Saii Eyebrows แถว วัชรพล

สักคิ้ว 6 มิติ ขอเกริ่นเรื่องก่อนเลยว่า. ส่วนตัวทำคิ้ว สไลด์3,6 มิติ อยู่แล้วค่ะ แต่มีเพื่อนสนิทมว้ากกก อยู่คนนึง ขี้กลัว ขี้เจ็บ ขี้งอแง มากกก. ตื้อเท่าไหร่นางก้อไม่เคยจามาทำด้วยเลยย. ตื้ออยู่ 2 ปี จน เห้ยยยยย. วันนี้นางยอมมม. เป็นไปได้ไงว๊าาาา. 😂😂😂. อยู่ดีดีก้อเฮิร์ท อยากสวย ขี้เกียจเขียนคิ้วขึ้นมาซะอย่างงั้น.

สักคิ้ว 6 มิติ

!!!!!! ก้อเลยขับรถ พากันมา ที่ร้าน. Saii Eyebrows เนี่ยนแหละ. เคยทำร้านนี้อยู่แล้ววว ส่วนตัว ชอบมว้ากกก. ….. ช่างน่ารัก สักคิ้ว 6 มิติ ดูแลดี ให้คำปรึกษาดีแถมราคาคือ มันใช่ แล้ว งานโค้ตดี. อธิบายไปก้อยืดเยื้อ ดูเอาดีกว่าโนะเริ่มจาก นั่งมองหน้า ช่าง ก่อนเลย ฟินมว้ากก แม่นางหน้าปังพลัง หุ่นดีดี… !!! สนจัยติดตามเพจ Saii Eyebrows หรือ inbox ไปเลยค่ะ Sai Aiyarat Ayrขอไปเริ่มที่เขียนคิ้ว ให้เลือกสไตส์ ฝรั่ง เกาหลี ไทยสไตส์เยอะแยะ แต่สุดท้ายก็เลือกที่เหมาะ เข้ากับหน้าที่สุด เพื่อนเป็นคนมีขนคิ้วอยู่แล้ว เลยตกลงทำ 6 มิติเลย แน่นางหน้าซี๊ดมว้ากกก !!
ดูหน้านางงงดิ๊ ขำก๊ากกก 555555 มานนนกัวววมีดเสด 2 ข้างงงง แล้วววว ใกล้เสร็จแล้วว
ดูตอนเสร็จเลยเลยละกันเหย็ดดด แม่นางกล่าวว่า ไม่ต้องเขียนคิ้ว อีกต่อไป…….!!!!!! ปกติเขียวคิ้วเอง คิ้วตก กันคิ้วเอง แล้ว ขาดครึ่งคิ้วด้วย 555 มงกุฎใบใหม่ของใบหน้า
ฟริ๊งเลย แค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีโอกาสเจอนางจะอัพเดทให้ นะคะ ช่วงคิ้วลอก
ชื่อสินค้า: ร้านสักคิ้ว 3 มิติ 6 มิติ สักหัวนมชมพู สักปาก บลาๆ หลายอย่างเลยจำไม่ได้สักคิ้ว 6 มิติ

Review มหากาพย์ลดต้นขา ตอนที่ 1:: ดูดไขมัน

ดูดไขมันต้นขา สวัสดีค่ะ ^___^ กระทู้นี้จะเล่าประสบการณ์ การลดต้นขาพราะขาเบ้งมากหลังคลอด เลยตัดสินใจ “ดูดไขมัน” ที่ต้นขาทั้ง 2 ข้างตอนริน่าอายุ 4 เดือนค่ะ (24/08/2014) เนื่องจากหลังคลอดริน่าแล้ว มีนมแค่ 2 เดือน …หลายคนคงทราบข้อมูลดี ว่า การให้นมบุตรหลังคลอด จะทำให้ นน. ลงไว ไขมันที่สะสมตามจุดต่างๆ จะถูกดึงมาใช้ในการผลิตน้ำนม… แต่เพราะมีนมให้ริน่าประมาณ 2 เดือนก็หมด ตอนที่ 1 : อยากสวยต้องอดทน อยากขาสวยเลยไปดูดไขมัน (ความเดิมก่อนใช้เจลร้อน)

ดูดไขมันต้นขา

ไอ้ส่วนที่สะสมนั้นก็ยังคงพอกพูนอยู่ที่ตัวเรา ดูดไขมันต้นขา โดยเฉพาะต้นขาด้านนอก (หนอก) มันพองใหญ่กว่าสะโพกซะอีก และมั่นใจเลยว่ามันจะลดลงยากที่สุด เพราะส่วนตัวเป็นคนที่เวลาอ้วนจะออกตรงต้นขา (หนอก) นี้มากที่สุดแล้วค่ะ ขนาดเวลาผอมก็จะเห็นเนินหนอกน้อยๆ และเป็นคนลำต้นขาค่อนข้างใหญ่มาตลอด … ตอนนั้นเลยเป็นจุดตัดสินใจว่า ดูดไขมันน่าจะช่วยให้ลดไวสุด เพราะจะใช้เจลร้อนตอนนั้นก็ไม่ได้ เดี๋ยวไปโดนเบบี๋ค่ะ ไปดูดออกแระกัน ตอนนั้นน้องที่ชวนบอกว่า เจ็บหนักๆแค่ 2-3 วันแล้วก็ปกติ 5555 มันไม่ใช่เลยยย

ถ้าใครบอกว่า การใช้เจลร้อนแล้ว ทรมาน ไม่ไหว … อยากบอกว่า ความร้อนของเจลร้อนนี่เด็กๆไปเลย ถ้าเทียบกับการดูดไขมัน “อยากสวย ต้องอดทน” ไม่มีทางที่เราจะอยู่แบบสบายๆแล้วจะสวยขึ้น ผอมลงง่ายๆค่ะ อันนี้นี่ความจริงเลย ความเจ็บ หรือทรมานนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ค่าใช้จ่ายนี่สิ 5555 การดูดไขมันสมัยนี้ โอเคมาก เห็นผลไวมากนะคะ ถ้าสู้ราคาไหว แนะนำเลย เค้าจะคิดราคาจุดละ 15-19000฿ แต่ละ รพ./คลีนิคราคาไม่เท่ากัน ที่เราไปทำ จุดละ 17000฿ คำว่า “จุดละ” ไม่ใช่ ต้นขา 17,000 ไรงินะคะ “1 จุด คือ 1 เจาะ” … ต้นขา 1 ข้าง เจาะ 3 จุดค่ะ 17000×3 = 51,000฿/1 ข้าง ก็ต้นขา 2 ข้างก็ 102,000฿ และ จะมีค่ากางเกงสำหรับกระชับด้วย น่าจะ 7,000฿ นะคะ ถ้าจำไม่ผิด เพราะหลังจากที่เราดูดไขมันออกไป ผิวเราจะเหมือนตุ๊กตาที่ถูกดึงนุ่นออก คือ นิ่มๆย้วยๆ การกระชับผิวหลังดูดไขมันสำคัญที่สุดใน 3 โลกค่ะ เค้าเลยต้องให้ใส่กางเกงหนาๆรัดเอาไว้ตลอดเวลา 1 เดือน

ความเจ็บระดับ 20+++ 555 นึกภาพเล่นๆ เนื้ออ่อนๆ 3 จุด 1.ขาด้านในตรงขาหนีบ 2.ขาด้านในตรงเหนือช่วงเขา และ 3.ขาด้านนอกตรงช่วงใต้ก้น ถูกเจาะด้วยแท่งเข็มขนาดประมาณหลอดกาแฟ ทะลวงเข้าไปดูดไขมันใต้ผิวหนัง ของเราไขมันถูกดูดออกมารวม 2 ข้าง 3000cc ค่ะ (หูววววว คุ้ม 555) ตอนทำเค้าฉีดยาชา เราขอยานอนหลับ มันเคลิ้มๆ ตื่นเพราะเหมือนถูกหยิกแรงๆเวลาเจาะมั้ง ไม่แน่ใจค่ะ ทำไม่นาน 1 ชม.มั้ง จำไม่ค่อยได้แระ

พอทำเสร็จเค้าจะปลุกๆให้เราลุกมาใส่ไอ้กางเกงที่ว่าค่ะ แน่ๆฟิตๆ แบบสเตย์หนาๆเลย พอได้สติลุกกลับบ้าน คือ น้ำเลือดผสมน้ำเกลือก็ยังไหลโจ้กๆจากแผล ผ้าก็อตเอาไม่อยู่ ก็ตามเช็ดกันไป กลับบ้านวันแรกยาชายังไม่หมดฤทธิ์ดี ก็หลงคิดว่า เออ ไม่โหดอย่างที่คิดแฮะ… พอวันต่อมาเท่านั้นแหละค่ะ โหดดดร้าย เจ็บกว่าหลังผ่าคลอดอีก ระบมสุดริด ก็แผลเจาะ 6 จุดอ่ะเนอะ 555 ต้องทำแผลทุกจุด ทุกวัน กางเกงต้องใส่ตลอด คือ ถอดแล้วก็ต้องใส่ใหม่ จะใส่ทีจิเป็นลม หน้ามืด เข้าห้องน้ำทีก็ต้องถอด จะนั่งโถก็แสนจะยาก เพราะแผลที่เจาะอยู่ใต้ก้นพอดีๆ เปิดกางเกงออกมา ที่ผิวม่วงช้ำ ดำสุดพลัง เหมือนถูกใครเอาไม้หน้าสามมาทุบๆๆๆ ทั้งต้นขา (ความเจ็บปวดระบมก็ระดับนั้น) น่ากลัวมากพูดเลย และ 1-7 วันแรกยังมีน้ำขังบวมที่แผล เพราะมันมีช่องว่างใต้ผิวหนัง ม่วงๆเขียวๆบวมๆ ต้องไปให้ทางโรงพยาบาลเจาะเดรนน้ำออก เทียวไปเทียวมาจนมั่นใจว่าไม่มีน้ำขัง เป็นแบบนี้ยาวไปเกือบ 14 วันค่ะ ถึงเริ่มดีขึ้น … และกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ รอยช้ำๆหายไปก็ประมาณ 1 เดือนค่ะ และจะเข้าที่ปกติเห็นผลที่สุดคือตอน 3 เดือนหลังวันที่ดูดไขมันค่ะ … (ตอนนี้นั่งยัน นอนยัน ยืนยันเลยค่ะ ว่าความร้อนจากการทา เจลร้อน นี่เด็กๆ ไปเลย อดทนทาทุกวันได้ 1 เดือนนี่ก็ได้ผลน้องๆดูดไขมันแน่นอน ร้อนมากหน่อยตอนเริ่มทาแรกๆ ซักพักผิวเริ่มชิน ก็ใช้สบายๆแระค่ะ ที่สำคัญรวมๆจ่ายแค่ 2-3000฿ ค่ะ… อยากสวยแบบถูกและดี ต้องอดทนหน่อย)ดูดไขมันต้นขา

รีวิวศัลยกรรมเสริมจมูก (ผู้หญิง) รีวิวแก้จมูก 7 วันเข้าที่!…ทรงใหม่สโลปสวยละมุนมากกก

เสริมจมูกที่ไหนดี สวัสดีค่ะ แนะนำตัว ลูกตาล นะคะ ตามหัวเรื่องเลย วันนี้จะมารีวิวศัลยกรรมที่ไปทำมาล่าสุด ที่ DRK Beauty Clinic เอกมัย ซอย 3 ก็คือไปแก้จมูกใหม่ที่นี้มานั่นเองค่ะ

เสริมจมูกที่ไหนดี

ที่ตัดสินใจแก้เพราะของเดิมที่ทำมานานพอสมควร เสริมจมูกที่ไหนดี แล้วตอนนี้ก็เลยอยากเปลี่ยนใหม่ค่ะ เพราะรู้สึกว่าของเดิมมันแข็งๆ ทำให้หน้าดูแข็งๆ ไปนิด เลยอยากแก้ให้จมูกสโลปลงมากว่านี้ ละมุนกว่านี้อีกหน่อย ของเก่าไม่ได้แย่อะไรเลยนะคะ ทรงความโด่งโอเคเลยค่ะ เพียงแต่ว่าอยากแก้เปลี่ยนทรงใหม่แค่นั้นเอง อยากให้ดูทันสมัยมากขึ้นเข้ากับเทรนตอนนี้ อยากได้จมูกพุ่งแต่มีความสโลปปลาย ไม่โด่งพุ่งเกินไป

นี่ค่ะ จมูกก่อนแก้ ทรงไม่ได้แย่เลยค่ะ สวยอยู่ค่ะ เพียงแต่ตาอยากเปลี่ยนให้ดูละมุนกว่านี้ เอาง่ายๆ ว่าหาเรื่องเจ็บตัวใหม่นั่นเอง 5555555555

ก็เข้าไปปรึกษาคุณหมอ บอกความต้องการเลยว่าอยากได้แบบไหน ทำความเข้าใจกับคุณหมอก่อน เพราะการแก้ครั้งนี้ ก็อยากให้จบเหมือนกันนะเอาจริงๆ ถ้าเกิดไม่คิดเปลี่ยนใจในภายภาคหน้านะ ครั้งนี้ก็อยากให้อยู่นานๆ ก็ปรึกษาพูดคุยกับคุณหมออย่างละเอียดและเข้าใจตรงกัน ก็ตัดสินนัดผ่าเลยค่ะ เตรียมร่างกาย เตรียมใจให้พร้อม เราเคยผ่าตัดมาแล้วก็พอรู้มาแล้วบ้าง ว่าต้องเตรียมตัวยังไง

วันผ่าก็ปกตินะคะ ไม่ค่อยกังวลอะไรเท่าไหร่ กังวลอย่างเดียวว่าจะออกมายังไงแค่นั้นเองค่ะ 555555 กลัวจะไม่ถูกใจ กลัวจะไม่ชอบ แต่ก็นะเราตกลงกับคุณหมอแล้ว มั่นใจฝีมือคุณหมอค่ะ ว่าต้องออกมาแบบที่เราต้องการสัก 80% ก็โอแล้ว ตอนผ่าได้ยินทุกอย่างเลยค่ะ เสียงคุณหมอทุบๆ จมูก งัดๆ มาหมด ได้ยินรู้สึกทุกอย่าง แต่แค่ไม่เจ็บ ไม่รู้สึก แต่แอบหวาดเสียวเสียงคุณหมองั้ดซิลิโคนเก่าออก เสียงบาดใจมากมายย และก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ การผ่าตัดวันที่หกค่ะ แต่งหน้าได้ปกติทุกอย่างแล้ว เอาจริงๆ ออกไปข้างนอกไม่มีใครรู้เลยแหะ แต่มีคนทักว่าสวยขึ้น แต่ไม่มีใครจับได้เลยว่าไปทำอะไรมา จนเราต้องบอกเอง ทุกคนชมหมดเลยว่าดีมาก คือขนาดเคสแก้ยังไม่มีอาการบวมช้ำ 6 วันคือแต่งหน้าสวยๆ ออกมาเที่ยวได้แล้วสบายมากกกกก ถือว่าถูกใจมาก เราเองก็ถูกใจคนรอบข้างก็ถูกใจไปด้วย อยากไปเสริมตามกันเพียบ

ตาลทำภาพเทียบมาให้ดูนะคะอย่างที่บอกจมูกเดิมไม่ได้แย่โนะ แต่แค่อยากแก้ใหม่เพราะเบื่อทรงเก่าและอยากได้ปลายพุ่ง ทรงมีความสโลปกว่าเดิม และก็ออกมาถูกใจค่ะ ออกมาให้เห็นตามภาพเลย ปลายมีความพุ่งขึ้นมาเบาๆ ทรงสโลปอย่างที่เราอยากได้เลย ไม่ได้โด่งแข็งทื่อ เหมือนก่อนแก้ ถือว่าครั้งนี้ถูกใจมากๆ กับการแก้จมูกครั้งที่ 2 ชอบมาก แต่งหน้าแล้วสวยขึ้นเยอะ หน้าดูมีมิติขึ้น ไม่ดูแข็งทื่อ ปลายเชิ่ดเบาๆ เอาไปเลย 10 เต็ม

สำหรับเราใครที่กำลังหาที่แก้จมูกดีๆ แนะนำที่นี่นะ รีวิวสวยๆ เขามีเยอะ ไปลองดู ว่ารูปจมูกเราเป็นแบบไหน คล้ายกับเคสที่เขารีวิวหรือเปล่า อย่าดูแค่ภาพรีวิวนะคะ ไปอ่านสตอรี่ของเขาด้วยเหมือนตาล ตามอ่านรีวิว อ่านละเอียดเลย ไม่ได้ดูแค่ภาพสวยๆ เพราะถ้าอ่านรีวิวอะ มันจะรู้สตอรี่ของเคสนั้นๆ ว่าเป็นมายังไง อ่านละก็เพลินนะคะ มีทั้งโอเค และไม่โอเค ไม่โอเคในที่นี้คือ ไม่ถูกใจเรานะ ไม่ใช่ว่าเคสเขาแย่หรือไม่สวย ลองอ่านรีวิวกันดูนะคะ บางทีมันเป็นประโยชน์มากจริงๆ อย่าดูแค่ภาพกันอย่างเดียว เหมือนที่ลูกตาลมาเขียน ก็ไม่ได้มาอวยคลินิกอะไรเลยนะ แค่ทำแล้วมันสวยก็เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังค่ะ อะไรดีก็มาบอกว่าดีเนอะ

ตาลคิดว่าการแก้จมูกครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วแหละ เพราะก็คิดว่าไม่อยากแก้บ่อยๆ ถ้ามันไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก็คิดว่าจะไม่แก้แล้วค่ะ จะไปลงทุนทำสวยอย่างอื่นบ้างแล้วค่ะ 555555

ถ้าใครสนใจก็ลองไปติดต่อที่คลินิกดูเนอะ ตาลแก้จมูกที่ DRK Beauty Clinic เอกมัย ซอย 3 ค่ะเสริมจมูกที่ไหนดี